สัตว์โลกน่ารู้

สายรัดอกหรือปลอกคอ สุนัขแบบไหนควรใช้อะไรกันแน่

สุนัขบางตัวใส่ปลอกคอแล้วไอทุกครั้งที่ถูกจูง บางตัวดึงสายจนเจ้าของแทบเสียหลัก นี่คือวิธีเลือกระหว่างสายรัดอกกับปลอกคอให้เหมาะกับสุนัขของคุณจริง ๆ

ภาพประกอบบทความ สายรัดอกหรือปลอกคอ สุนัขแบบไหนควรใช้อะไรกันแน่
การเลือกอุปกรณ์จูงผิดประเภทอาจทำให้สุนัขบาดเจ็บสะสมโดยเจ้าของไม่รู้ตัว

การเปิดเผยข้อมูลบทความนี้มีลิงก์พันธมิตร หากคุณกดสั่งซื้อผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยจากร้านค้า โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และไม่มีผลต่อความเห็นในบทความ

สารบัญเนื้อหา
  1. 01ทำไมปลอกคอถึงไม่เหมาะกับสุนัขทุกตัว
  2. 02สายรัดอกทำงานต่างจากปลอกคออย่างไร
  3. 03แล้วเมื่อไหร่ปลอกคอยังจำเป็นอยู่
  4. 04วิธีวัดไซส์และปรับสายรัดอกให้พอดี
  5. 05ข้อผิดพลาดที่เจ้าของมักทำตอนเลือกและใช้สายรัดอก
  6. 06สรุป

สุนัขบางตัวพอใส่ปลอกคอแล้วออกไปเดินเล่นก็ไอแห้ง ๆ ทุกครั้งที่ดึงสายแรง ๆ เจ้าของหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติของสุนัขตื่นเต้นตอนออกนอกบ้าน ทั้งที่จริงแล้วนั่นคือสัญญาณว่าอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ไม่เหมาะกับสุนัขตัวนั้นเลย

คำถาม "ควรใช้ปลอกคอหรือสายรัดอก" ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับสุนัขทุกตัว ขึ้นอยู่กับพันธุ์ ขนาด นิสัยการเดิน และแม้แต่ปัญหาสุขภาพที่มีอยู่เดิม

01

ทำไมปลอกคอถึงไม่เหมาะกับสุนัขทุกตัว

เวลาสุนัขดึงสายแรง ๆ แรงทั้งหมดจะกดตรงบริเวณคอโดยตรง ซึ่งเป็นจุดที่มีทั้งหลอดลม หลอดเลือด และเส้นประสาทสำคัญอยู่รวมกัน สุนัขพันธุ์เล็กอย่างปอมเมอเรเนียนหรือชิวาวามีแนวโน้มที่หลอดลมจะบอบบางกว่าปกติอยู่แล้ว การกดซ้ำ ๆ จากปลอกคอเป็นเวลานานเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหลอดลมยุบตัวได้

สุนัขพันธุ์หน้าสั้นอย่างปั๊กหรือเฟรนช์บูลด็อกที่มีปัญหาทางเดินหายใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งไม่ควรเพิ่มแรงกดที่คออีก และสำหรับสุนัขที่มีพฤติกรรมกระตุกตัวแรงเวลาตื่นเต้นหรือเห็นสุนัขตัวอื่น การกระชากปลอกคอกะทันหันอาจทำให้บาดเจ็บทั้งที่คอและกล้ามเนื้อโดยรอบได้

02

สายรัดอกทำงานต่างจากปลอกคออย่างไร

สายรัดอกกระจายแรงไปยังหน้าอกและไหล่แทนที่จะกระจุกอยู่ที่คอจุดเดียว ทำให้แม้สุนัขจะดึงสายแรงแค่ไหน แรงกดก็ไม่ตกไปที่หลอดลมโดยตรง เหมาะกับสุนัขที่ยังฝึกเดินจูงไม่เป็น สุนัขตื่นเต้นง่าย หรือพันธุ์ที่มีความเสี่ยงเรื่องคอและหลอดลมอยู่แล้ว

จุดที่ควรรู้เพิ่มคือสายรัดอกไม่ได้มีแบบเดียว จุดที่เกี่ยวสายจูงต่างกันให้ผลต่างกันมากทีเดียว

แบบคล้องหน้าอก (front-clip)

จุดเกี่ยวอยู่กลางหน้าอก เวลาสุนัขดึงไปข้างหน้าแรง ๆ ตัวสุนัขจะถูกหมุนตัวกลับมาหาเจ้าของเองโดยอัตโนมัติ ช่วยลดพฤติกรรมดึงสายได้ดีระหว่างการฝึก เหมาะกับสุนัขที่ยังดึงสายแรงหรือเจ้าของที่ควบคุมสุนัขตัวใหญ่ลำบาก

แบบเกี่ยวหลัง (back-clip)

จุดเกี่ยวอยู่บนหลังบริเวณระหว่างสะบัก ใส่ง่าย ถอดง่าย เหมาะกับสุนัขที่เดินเรียบร้อยอยู่แล้วไม่ค่อยดึงสาย แต่ถ้าใช้กับสุนัขที่ดึงสายแรงมาก จุดเกี่ยวด้านหลังอาจไม่ช่วยลดพฤติกรรมดึงเท่าแบบคล้องหน้าอก

แบบตัว H หรือตัว Y

กระจายแรงกดได้ทั่วถึงกว่าและไม่รัดกดใต้รักแร้ขาหน้าซึ่งเป็นจุดที่สุนัขมักเสียดสีจนขนร่วงถ้าใส่สายรัดอกทรงไม่เหมาะ เหมาะกับสุนัขที่ต้องใส่สายรัดอกเป็นเวลานานหรือสุนัขที่ผิวบอบบาง

03

แล้วเมื่อไหร่ปลอกคอยังจำเป็นอยู่

ปลอกคอยังมีประโยชน์ในฐานะที่ติดป้ายชื่อและใบอนุญาตที่ต้องมองเห็นได้ตลอดเวลา แม้จะเปลี่ยนมาเดินจูงด้วยสายรัดอกแล้วก็ควรให้สุนัขใส่ปลอกคอไว้ประจำเพื่อจุดประสงค์นี้ สุนัขที่ผ่านการฝึกมาดีจนเดินเคียงข้างโดยไม่ดึงสายเลย ก็อาจใช้ปลอกคอสำหรับจูงเดินได้ตามปกติโดยไม่มีปัญหา

แนะนำลิงก์พันธมิตร

สายรัดอกสุนัขปรับสายได้แบบคล้องหน้าอก

กระจายแรงไปที่หน้าอกและไหล่แทนคอ ลดความเสี่ยงกดทับหลอดลมเวลาสุนัขดึงสายแรง ๆ จุดเกี่ยวด้านหน้าช่วยลดพฤติกรรมดึงสายระหว่างฝึกเดินได้ดี เลือกรุ่นที่ปรับขนาดได้หลายจุดเพื่อให้พอดีกับรูปร่างสุนัขแต่ละตัว

เหมาะกับใคร สุนัขที่ดึงสายแรงตอนเดินเล่น หรือพันธุ์เล็กและพันธุ์หน้าสั้นที่หลอดลมบอบบาง

ราคาตลาด150–900 บาท
ดูราคาบน Shopee
04

วิธีวัดไซส์และปรับสายรัดอกให้พอดี

ใช้กฎสองนิ้วเป็นเกณฑ์คร่าว ๆ คือสอดนิ้วสองนิ้วเข้าไปใต้สายรัดรอบตัวสุนัขควรพอดีไม่หลวมและไม่แน่นเกินไป ลองให้สุนัขเดินสักสองสามก้าวหลังใส่แล้วสังเกตว่ามีจุดเสียดสีบริเวณรักแร้ขาหน้าหรือไม่ ถ้าสุนัขเดินผิดจังหวะหรือพยายามกัดสายตลอดเวลา อาจเป็นสัญญาณว่าขนาดหรือทรงไม่เหมาะ

สุนัขบางพันธุ์ที่หัวเล็กกว่าคอ เช่น เกรย์ฮาวด์หรือสุนัขพันธุ์ผสมที่คอเรียว มีความเสี่ยงถอยหลังหลุดจากสายรัดอกได้ง่ายกว่าปกติ ควรเลือกทรงที่รัดรอบลำตัวแน่นหนาและทดสอบความแน่นหนาก่อนพาออกไปที่เปิดโล่งทุกครั้ง

05

ข้อผิดพลาดที่เจ้าของมักทำตอนเลือกและใช้สายรัดอก

  • เลือกไซส์จากน้ำหนักสุนัขอย่างเดียวโดยไม่ลองสวมจริง ทั้งที่รูปร่างสุนัขแต่ละตัวต่างกันมากแม้น้ำหนักเท่ากัน
  • ใส่สายรัดอกทิ้งไว้ตลอดเวลาโดยไม่ถอดตรวจผิวหนังข้างใต้ ทำให้พลาดจุดที่เริ่มเสียดสีจนเป็นแผล
  • คิดว่าสายรัดอกแก้ปัญหาดึงสายได้เองโดยไม่ฝึกควบคู่ไปด้วย ทั้งที่อุปกรณ์ช่วยลดความเสี่ยงบาดเจ็บได้ แต่การฝึกเดินเคียงข้างยังจำเป็นสำหรับสุนัขที่ดึงสายแรงจริง ๆ

คำถามที่พบบ่อย

สุนัขตัวเล็กจำเป็นต้องใช้สายรัดอกไหม

แนะนำอย่างยิ่งครับ เพราะสุนัขพันธุ์เล็กหลายพันธุ์มีความเสี่ยงหลอดลมบอบบางเป็นทุนเดิม การใช้สายรัดอกช่วยลดแรงกดที่คอได้มากเมื่อเทียบกับปลอกคอ

สายรัดอกทำให้สุนัขดึงเก่งขึ้นจริงไหม

เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อย สายรัดอกแบบเกี่ยวหลังอาจทำให้บางตัวออกแรงดึงได้ถนัดขึ้นจริง แต่แบบคล้องหน้าอกออกแบบมาเพื่อลดพฤติกรรมดึงสายโดยเฉพาะ เพราะเมื่อดึงแรงตัวจะหมุนกลับมาหาเจ้าของเอง

ใส่สายรัดอกตลอดเวลาได้ไหมหรือควรถอดเวลาอยู่บ้าน

ควรถอดเวลาอยู่บ้านและปล่อยให้ผิวหนังได้พักโดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน การใส่ตลอดเวลาเพิ่มความเสี่ยงเสียดสีและขนร่วงเป็นหย่อมตรงจุดที่สายรัดกดทับ

จะรู้ได้ยังไงว่าสายรัดอกไซส์เล็กไปหรือใหญ่ไป

ถ้าเล็กไปสุนัขจะหายใจลำบากหรือมีรอยกดชัดหลังถอด ถ้าใหญ่ไปสุนัขจะสามารถถอยตัวหลุดออกจากสายรัดได้ ทั้งสองกรณีควรปรับสายหรือเปลี่ยนไซส์ทันทีไม่ควรฝืนใช้ต่อ

06

สรุป

ไม่มีคำตอบตายตัวว่าสุนัขทุกตัวควรใช้สายรัดอกหรือปลอกคอ แต่หลักการที่ใช้ได้แทบทุกกรณีคือสุนัขที่ยังดึงสายแรง มีปัญหาคอหรือหลอดลม หรือเป็นพันธุ์เล็กและพันธุ์หน้าสั้น ควรเดินจูงด้วยสายรัดอกที่พอดีตัวเป็นหลัก ส่วนปลอกคอยังมีที่ทางของมันในฐานะที่ติดป้ายชื่อเสมอ ลองสังเกตปฏิกิริยาของสุนัขตอนใส่และตอนเดิน แล้วปรับอุปกรณ์ให้เข้ากับตัวจริงมากกว่าจะยึดกับความเคยชินเดิม

ชอบเรื่องแบบนี้ใช่ไหม

กดติดตามเพจหมีข่าว แล้วเราจะส่งเรื่องน่ารู้ใหม่ ๆ ไปให้อ่านทุกสัปดาห์