ศิลปะและงานสร้างสรรค์

7 ความลับที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดดังระดับโลก

ภาพใต้ภาพที่เห็นได้ด้วยเอกซเรย์ ข้อความที่ศิลปินแอบเขียน และรายละเอียดที่คนดูมองข้ามมาหลายร้อยปี

ภาพประกอบบทความ 7 ความลับที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดดังระดับโลก
สารบัญเนื้อหา
  1. 1. ภาพที่ซ่อนอยู่ใต้ภาพ
  2. 2. สีที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา
  3. 3. ลายเซ็นและข้อความที่ซ่อนไว้
  4. 4. สัญลักษณ์ที่คนร่วมสมัยเข้าใจทันที
  5. 5. เทคนิคที่มองไม่เห็นแต่ทำให้ภาพมีชีวิต
  6. 6. เรื่องที่การวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์เปลี่ยนไป
  7. 7. ผลงานที่ถูกดัดแปลงโดยคนอื่นในภายหลัง
  8. วิธีดูภาพวาดให้ได้อะไรกลับไปมากขึ้น
  9. สรุป

เทคโนโลยีการตรวจสอบสมัยใหม่ ทั้งการเอกซเรย์ การถ่ายภาพอินฟราเรด และการวิเคราะห์เม็ดสีระดับจุลภาค ทำให้เราเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวสีของภาพวาดเก่าได้เป็นครั้งแรก

สิ่งที่พบเปลี่ยนความเข้าใจของเราเกี่ยวกับผลงานหลายชิ้นไปอย่างมาก

1. ภาพที่ซ่อนอยู่ใต้ภาพ

การเอกซเรย์ภาพวาดเก่าเผยให้เห็นบ่อยครั้งว่ามีภาพอื่นอยู่ข้างใต้ ซึ่งเกิดจากสองสาเหตุ

ผ้าใบและแผ่นไม้มีราคาแพงมาก ในยุคที่วัสดุต้องเตรียมด้วยมือทั้งหมด ศิลปินที่ยากจนจึงวาดทับงานเก่าที่ขายไม่ได้ ผลงานยุคแรกของศิลปินหลายคนที่ต่อมามีชื่อเสียงถูกพบในลักษณะนี้

ศิลปินเปลี่ยนใจระหว่างวาด ร่องรอยการเปลี่ยนองค์ประกอบเรียกในภาษาอิตาลีว่า pentimenti ซึ่งแปลว่า "การกลับใจ" การพบร่องรอยเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญในการพิสูจน์ว่าภาพนั้นเป็นงานต้นฉบับ ไม่ใช่ของปลอม เพราะผู้ปลอมมักลอกภาพสุดท้ายโดยไม่มีขั้นตอนการลองผิดลองถูก

2. สีที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

ภาพวาดเก่าที่เราเห็นในพิพิธภัณฑ์วันนี้ มักมีสีต่างจากตอนที่ศิลปินวาดเสร็จอย่างมีนัยสำคัญ

น้ำมันวานิชเคลือบผิวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองน้ำตาล ทำให้ภาพดูหม่นและอบอุ่นกว่าเดิม เมื่อมีการทำความสะอาดบูรณะ ผู้คนมักตกใจว่าสีสดเกินไปจนดูไม่เหมือนของเก่า ทั้งที่นั่นคือสภาพที่ใกล้เคียงต้นฉบับมากกว่า

เม็ดสีบางชนิดซีดจางหรือเปลี่ยนสี สีเหลืองบางชนิดคล้ำลงเมื่อโดนแสงและอากาศ ทำให้บริเวณที่เคยเป็นสีสดใสกลายเป็นสีน้ำตาล ส่วนสีน้ำเงินบางชนิดที่ทำจากแร่มีค่าราคาแพงกว่าทองคำในบางยุค จึงถูกใช้อย่างประหยัดและเฉพาะในส่วนที่สำคัญที่สุดของภาพ

ผลคือความหมายเปลี่ยน เมื่อสีเปลี่ยน ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนสว่างกับส่วนมืดในภาพก็เปลี่ยน ทำให้จุดที่ศิลปินตั้งใจให้สายตาไปหยุดอาจไม่ใช่จุดเดียวกับที่เราเห็นวันนี้

3. ลายเซ็นและข้อความที่ซ่อนไว้

ศิลปินหลายคนแอบใส่ลายเซ็น ชื่อย่อ หรือข้อความไว้ในจุดที่ต้องสังเกตดี ๆ ถึงจะเห็น

บางคนเขียนไว้บนวัตถุในภาพ เช่น ขอบเสื้อผ้าหรือกรอบหน้าต่าง บางคนวาดตัวเองไว้เป็นตัวประกอบเล็ก ๆ ในฝูงชน

ในภาพวาดยุคเรอเนซองส์เหนือ มีตัวอย่างที่มีชื่อเสียงของการเขียนข้อความบนผนังในภาพเพื่อระบุว่าศิลปินอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย ซึ่งเป็นการยืนยันความถูกต้องของฉากที่วาด

4. สัญลักษณ์ที่คนร่วมสมัยเข้าใจทันที

รายละเอียดที่เราเห็นเป็นเพียงของประดับ มักมีความหมายชัดเจนสำหรับคนในยุคนั้น

ผลไม้และดอกไม้ สื่อถึงฤดูกาล ความอุดมสมบูรณ์ หรือความไม่จีรัง ผลไม้ที่เริ่มเน่าในภาพนิ่งเป็นการเตือนว่าความงามและชีวิตไม่ยั่งยืน

สัตว์ สุนัขมักสื่อถึงความซื่อสัตย์ ส่วนแมวในบางบริบทสื่อถึงความเจ้าเล่ห์หรืออิสระ

สิ่งของในภาพเหมือน หนังสือ เครื่องดนตรี หรือเครื่องมือวัด บ่งบอกฐานะ การศึกษา และอาชีพของผู้ถูกวาด ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้ว่าจ้างต้องการสื่อออกไปโดยเฉพาะ

กระจกและเงาสะท้อน ใช้แสดงสิ่งที่อยู่นอกกรอบภาพ เป็นเทคนิคที่ขยายพื้นที่ของฉากและเพิ่มมิติของเรื่องเล่า

5. เทคนิคที่มองไม่เห็นแต่ทำให้ภาพมีชีวิต

การไล่โทนจนไม่เห็นรอยต่อ เทคนิคที่เรียกว่า sfumato คือการไล่สีและน้ำหนักอย่างละเอียดจนขอบเขตระหว่างส่วนต่าง ๆ นุ่มนวลไม่มีเส้นคม เป็นเหตุผลที่ใบหน้าในภาพบางภาพดูเหมือนเปลี่ยนสีหน้าได้เมื่อมองจากมุมต่างกัน

การเคลือบสีใสทับกันหลายชั้น เทคนิค glazing คือการลงสีน้ำมันใสบาง ๆ ทับชั้นที่แห้งแล้ว แสงจะทะลุลงไปสะท้อนกลับขึ้นมา ทำให้ได้ความลึกและความเปล่งประกายที่การผสมสีบนจานทำไม่ได้ ภาพหนึ่งอาจมีชั้นสีมากกว่าสามสิบชั้น

การใช้มุมมองแบบบิดเบือน ภาพบางภาพมีวัตถุที่ดูผิดรูปเมื่อมองตรง ๆ แต่จะเห็นเป็นรูปที่ถูกต้องเมื่อมองจากมุมเฉียงเฉพาะจุด เทคนิคนี้เรียกว่า anamorphosis และใช้ซ่อนสัญลักษณ์ที่มีความหมายพิเศษ

6. เรื่องที่การวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์เปลี่ยนไป

การระบุอายุจากเม็ดสี เม็ดสีสังเคราะห์แต่ละชนิดมีปีที่เริ่มผลิตชัดเจน หากพบเม็ดสีที่ยังไม่ถูกคิดค้นในภาพที่อ้างว่าเก่ากว่านั้น ก็พิสูจน์ได้ทันทีว่าเป็นของปลอมหรือถูกซ่อมในภายหลัง

การวิเคราะห์วงปีไม้ สำหรับภาพที่วาดบนแผ่นไม้ การนับวงปีบอกช่วงเวลาที่ต้นไม้ถูกตัดได้ ซึ่งกำหนดขอบเขตอายุของภาพ

การถ่ายภาพอินฟราเรด ทะลุชั้นสีลงไปเห็นเส้นร่างด้านล่าง ทำให้รู้ว่าศิลปินวางแผนอย่างไรและเปลี่ยนอะไรบ้าง

7. ผลงานที่ถูกดัดแปลงโดยคนอื่นในภายหลัง

หลายภาพถูกแก้ไขหลังจากศิลปินเสียชีวิตแล้ว ด้วยเหตุผลทางศีลธรรม การเมือง หรือรสนิยมของเจ้าของใหม่

มีกรณีที่ผ้าถูกวาดเพิ่มเพื่อปกปิดร่างเปลือย มีกรณีที่ตัวบุคคลถูกลบออกเพราะเสียชื่อเสียงทางการเมือง และมีกรณีที่ภาพถูกตัดขนาดให้พอดีกับผนังหรือกรอบที่มีอยู่

การบูรณะสมัยใหม่บางครั้งจึงเป็นการ ลอกสิ่งที่คนอื่นเพิ่มเข้ามาออก เพื่อกลับไปหาต้นฉบับ ซึ่งเป็นงานที่ต้องตัดสินใจอย่างระมัดระวัง เพราะสิ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาก็เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของภาพนั้นเช่นกัน

วิธีดูภาพวาดให้ได้อะไรกลับไปมากขึ้น

ดูจากไกลก่อนแล้วค่อยเข้าใกล้ องค์ประกอบและค่าน้ำหนักโดยรวมเห็นได้จากระยะไกล ส่วนฝีแปรงและรายละเอียดต้องเข้าใกล้

สังเกตว่าสายตาถูกนำไปทางไหน ศิลปินออกแบบเส้นทางการมองไว้ ทั้งด้วยความสว่าง เส้นนำสายตา และทิศทางที่ตัวละครในภาพมอง

ดูว่าอะไรถูกละไว้ สิ่งที่ไม่อยู่ในภาพบอกเรื่องได้พอ ๆ กับสิ่งที่อยู่ เช่น ฉากหลังที่ว่างเปล่าเพื่อบังคับให้สนใจเฉพาะตัวบุคคล

อ่านป้ายคำอธิบายทีหลัง ลองดูภาพเองก่อนสัก 30 วินาที แล้วค่อยอ่าน คุณจะจำภาพนั้นได้นานกว่ามาก

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมภาพที่บูรณะแล้วถึงดูสีสดจนไม่เหมือนของเก่า

เพราะสิ่งที่เราคุ้นเคยคือชั้นวานิชที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองน้ำตาลตามเวลา ไม่ใช่สีจริงของภาพ เมื่อลอกชั้นนั้นออก สีที่ปรากฏจะใกล้เคียงกับที่ศิลปินวาดไว้มากกว่า การบูรณะที่ดีต้องมีการบันทึกและตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ทุกขั้นตอน และในทางปฏิบัติมักมีการถกเถียงกันมากว่าควรลอกออกมากแค่ไหน

เอกซเรย์ภาพวาดทำได้อย่างไรโดยไม่ทำลายภาพ

ใช้หลักการเดียวกับการเอกซเรย์ทางการแพทย์ คือธาตุหนักในเม็ดสีบางชนิดดูดกลืนรังสีต่างกัน ทำให้เห็นภาพชั้นล่าง เป็นวิธีที่ไม่ต้องสัมผัสหรือเก็บตัวอย่างจากภาพ จึงไม่สร้างความเสียหาย ปัจจุบันยังมีเทคนิคสแกนที่ทำแผนที่การกระจายตัวของธาตุแต่ละชนิดได้ทั้งภาพด้วย

ภาพวาดดังส่วนใหญ่มีความลับซ่อนอยู่จริงหรือ

มีสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าอยู่บ่อย เช่น เส้นร่างและการเปลี่ยนองค์ประกอบ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของกระบวนการทำงาน แต่ไม่ใช่ทุกภาพจะมีสารลับหรือรหัสซ่อนไว้ตามที่นิยายและสารคดีบางเรื่องนำเสนอ ควรแยกระหว่างข้อค้นพบทางวิทยาศาสตร์กับการตีความที่ไม่มีหลักฐาน

ทำไมสีน้ำเงินในภาพเก่าถึงถูกใช้อย่างจำกัด

เพราะเม็ดสีน้ำเงินคุณภาพสูงในอดีตทำจากแร่หายากที่ต้องนำเข้าจากระยะไกล ทำให้มีราคาสูงมากจนบางครั้งแพงกว่าทองคำเมื่อเทียบตามน้ำหนัก สัญญาว่าจ้างในยุคนั้นจึงมักระบุชัดเจนว่าจะใช้สีน้ำเงินชนิดใดและปริมาณเท่าไร ซึ่งเป็นเอกสารที่นักประวัติศาสตร์ใช้ศึกษาได้จนถึงทุกวันนี้

สรุป

สิ่งที่การตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เผยให้เห็น ไม่ใช่รหัสลับหรือข้อความปริศนา แต่คือ กระบวนการทำงานของมนุษย์ — การลองผิดลองถูก การเปลี่ยนใจ ข้อจำกัดด้านวัสดุและงบประมาณ และการประนีประนอมกับผู้ว่าจ้าง

และนั่นทำให้ผลงานเหล่านี้เข้าถึงได้มากขึ้น เพราะมันแสดงว่าแม้แต่ผลงานที่ถูกยกย่องที่สุดในประวัติศาสตร์ ก็ผ่านการแก้แล้วแก้อีกเหมือนงานของทุกคน

ชอบเรื่องแบบนี้ใช่ไหม

กดติดตามเพจมีข่าว แล้วเราจะส่งเรื่องน่ารู้ใหม่ ๆ ไปให้อ่านทุกสัปดาห์