ความรู้รอบตัว

MBTI คู่ไหนเข้ากัน สิ่งที่งานวิจัยบอกเรื่องบุคลิกภาพกับความสัมพันธ์

ตารางคู่ที่เข้ากันได้ซึ่งแชร์กันทั่วอินเทอร์เน็ตมาจากไหน อะไรคือสิ่งที่ทำนายความสัมพันธ์ที่ไปรอดได้จริง และวิธีใช้ MBTI กับคนที่คุณรักโดยไม่ทำให้มันกลายเป็นข้ออ้าง

ภาพประกอบบทความ MBTI คู่ไหนเข้ากัน สิ่งที่งานวิจัยบอกเรื่องบุคลิกภาพกับความสัมพันธ์
สารบัญเนื้อหา
  1. 01ตารางคู่ที่เข้ากันมาจากไหน
  2. 02ความคล้ายกันช่วยจริงไหม
  3. 03สิ่งที่ทำนายได้ดีกว่าประเภทบุคลิกภาพ
  4. 04แล้วประเภทไม่มีความหมายเลยหรือ
  5. 05สี่จุดเสียดสีที่ MBTI ช่วยตั้งชื่อให้ได้
  6. 06วิธีใช้ MBTI กับคนที่คุณรักให้ได้ผล
  7. 07สรุป

ค้นคำว่า MBTI คู่ไหนเข้ากัน แล้วคุณจะเจอตารางสีสวยที่บอกว่า INFJ เหมาะกับ ENFP และ INTJ ห้ามคบกับ ESFP เด็ดขาด

ตารางพวกนั้นถูกแชร์ต่อกันจนดูเหมือนข้อสรุปทางวิชาการ ทั้งที่แทบไม่มีตารางไหนบอกได้ว่าตัวเลขมาจากงานวิจัยชิ้นไหน บทความนี้ตอบว่ามันมาจากไหนจริง ๆ และอะไรคือสิ่งที่ทำนายความสัมพันธ์ที่ไปรอดได้ดีกว่า

01

ตารางคู่ที่เข้ากันมาจากไหน

ต้นทางของตารางเหล่านี้ไม่ใช่การเก็บข้อมูลคู่รักหลายพันคู่แล้วดูว่าคู่ไหนอยู่ด้วยกันนานกว่า

ส่วนใหญ่มาจาก การตีความทฤษฎี ว่าประเภทที่มีลำดับการใช้ฟังก์ชันทางความคิดต่างกันบางแบบน่าจะเติมเต็มกัน แล้วนำข้อสันนิษฐานนั้นมาจัดเป็นตาราง จากนั้นชุมชนผู้สนใจก็ขยายต่อกันไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นภาพที่ดูมีระบบ

ปัญหาคือขั้นตอนสำคัญที่สุดหายไป นั่นคือการทดสอบว่าข้อสันนิษฐานนั้นตรงกับความจริงหรือเปล่า

เมื่อไม่มีการทดสอบ ตารางจึงบอกได้อย่างมากว่า ในทางทฤษฎีแล้ว คนสองแบบนี้น่าจะคุยกันรู้เรื่อง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการบอกว่าใครควรคบกับใคร

02

ความคล้ายกันช่วยจริงไหม

คำถามนี้มีคนศึกษามาเยอะ และคำตอบที่ได้ค่อนข้างสม่ำเสมอจนน่าประหลาดใจ

ช่วงเริ่มต้น ความคล้ายกันมีผลอยู่บ้าง คนที่มีความสนใจ ค่านิยม และจังหวะชีวิตคล้ายกันมักรู้จักกันง่ายกว่าและเริ่มต้นได้ลื่นกว่า

แต่เมื่อคบกันไปแล้ว ความคล้ายกันของบุคลิกภาพทำนายความพึงพอใจได้น้อยมาก งานวิจัยขนาดใหญ่ที่รวมข้อมูลคู่รักหลายพันคู่พบว่า สิ่งที่ทำนายว่าความสัมพันธ์จะดีหรือไม่ได้ดีที่สุด คือสิ่งที่เกิดขึ้น ภายใน ความสัมพันธ์ เช่นความรู้สึกว่าอีกฝ่ายใส่ใจ ความพึงพอใจทางเพศ และความมุ่งมั่นที่จะอยู่ต่อ ส่วนคุณลักษณะของแต่ละคนที่นำมาจับคู่กัน อธิบายได้น้อยกว่านั้นมาก

พูดอีกอย่างคือ สิ่งที่คุณสองคนทำต่อกันสำคัญกว่าสิ่งที่คุณสองคนเป็น

03

สิ่งที่ทำนายได้ดีกว่าประเภทบุคลิกภาพ

ถ้าตัวอักษรสี่ตัวไม่ใช่คำตอบ แล้วอะไรคือคำตอบ นี่คือสิ่งที่มีหลักฐานหนักแน่นกว่ามาก

วิธีจัดการเวลาทะเลาะกัน จากการสังเกตคู่รักในห้องทดลองต่อเนื่องหลายสิบปี นักวิจัยพบว่าพฤติกรรมบางอย่างระหว่างความขัดแย้งเป็นสัญญาณอันตราย โดยเฉพาะ การดูถูกเหยียดหยาม เช่นการประชด กลอกตา หรือพูดจาให้อีกฝ่ายรู้สึกต่ำต้อย รวมถึงการวิจารณ์ตัวตนแทนพฤติกรรม การโต้กลับเพื่อป้องกันตัวโดยไม่ฟัง และการเงียบใส่จนอีกฝ่ายเข้าไม่ถึง

ความมั่นคงทางอารมณ์ ระดับความวิตกกังวลและความหวั่นไหวต่อเรื่องลบของแต่ละคนสัมพันธ์กับความพึงพอใจในความสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอในงานวิจัยหลายชิ้น น่าสังเกตว่านี่คือมิติที่ MBTI ไม่ได้วัดเลย

การซ่อมแซมหลังทะเลาะ ไม่ใช่การไม่ทะเลาะ คู่ที่ไปรอดไม่ใช่คู่ที่ไม่เคยขัดแย้ง แต่คือคู่ที่กลับมาคืนดีเป็นและยอมรับอิทธิพลของอีกฝ่ายได้

การชื่นชมในเรื่องเล็ก การตอบสนองเมื่ออีกฝ่ายชวนคุยเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน สะสมเป็นความรู้สึกว่าเราสำคัญต่อกัน ซึ่งเป็นฐานที่ทำให้ผ่านเรื่องใหญ่ไปได้

ทั้งสี่ข้อนี้มีจุดร่วมสำคัญคือ เปลี่ยนได้ด้วยการฝึก ต่างจากตัวอักษรสี่ตัวที่คุณทำอะไรกับมันไม่ได้

04

แล้วประเภทไม่มีความหมายเลยหรือ

มีความหมาย แต่ไม่ใช่ในแบบที่ตารางบอก

MBTI ไม่ได้บอกว่าใครควรคบกับใคร แต่มันช่วย ตั้งชื่อ ให้จุดที่คุณสองคนมักสะดุด และการตั้งชื่อได้คือครึ่งหนึ่งของการแก้ปัญหา เพราะมันเปลี่ยนบทสนทนาจากการกล่าวโทษเป็นการอธิบายความต่าง

05

สี่จุดเสียดสีที่ MBTI ช่วยตั้งชื่อให้ได้

เรื่องพลังสังคม ฝ่ายหนึ่งอยากออกไปเจอเพื่อนวันหยุด อีกฝ่ายอยากอยู่บ้านเงียบ ๆ ปัญหานี้ไม่ได้แก้ด้วยการหาว่าใครถูก แต่แก้ด้วยข้อตกลงล่วงหน้า เช่นตกลงกันว่าเดือนหนึ่งมีกี่ครั้งที่ออกไปด้วยกัน และครั้งไหนที่แยกกันได้โดยไม่มีใครน้อยใจ

เรื่องรายละเอียดกับภาพรวม ฝ่ายหนึ่งวางแผนเที่ยวละเอียดทุกชั่วโมง อีกฝ่ายอยากไปถึงแล้วค่อยว่ากัน ทางออกที่ใช้ได้จริงคือแบ่งกันรับผิดชอบคนละส่วน เช่นให้คนวางแผนดูแลการจองและการเดินทาง แล้วกันเวลาว่างไว้ให้อีกฝ่ายเลือกหน้างานจริง ๆ

เรื่องวิธีปลอบใจ ฝ่ายหนึ่งเจอปัญหาแล้วอยากได้ทางแก้ อีกฝ่ายอยากได้คนรับฟังก่อน นี่คือความต่างที่ทำให้คนรักกันทะเลาะกันมากที่สุดเรื่องหนึ่ง และแก้ได้ด้วยประโยคเดียวคือถามว่าตอนนี้อยากให้ฟังเฉย ๆ หรืออยากให้ช่วยคิด

เรื่องแผนกับความยืดหยุ่น ฝ่ายหนึ่งอยากรู้ล่วงหน้าว่าสุดสัปดาห์นี้จะทำอะไร อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดเมื่อทุกอย่างถูกล็อกไว้หมด ข้อตกลงที่ได้ผลคือกำหนดหมุดสำคัญไว้ไม่กี่จุด แล้วปล่อยที่เหลือให้ตัดสินใจกันหน้างาน

สังเกตว่าทั้งสี่ข้อจบลงที่ ข้อตกลงที่จับต้องได้ ไม่ใช่จบที่การสรุปว่าเราเข้ากันไม่ได้เพราะเป็นคนละประเภท

06

วิธีใช้ MBTI กับคนที่คุณรักให้ได้ผล

ใช้เป็นคำถาม ไม่ใช่คำตัดสิน แทนที่จะบอกว่าคุณเป็น T เลยไม่เข้าใจความรู้สึกคนอื่น ให้ถามว่าเวลาเราเล่าเรื่องแย่ ๆ ให้ฟัง คุณคิดว่าเรากำลังขออะไรจากคุณอยู่

ยืนยันกับเจ้าตัวเสมอ อย่าเดาประเภทของแฟนแล้วสรุปพฤติกรรมแทนเขา คนคนหนึ่งรู้จักตัวเองมากกว่าตารางใด ๆ และผลที่ได้ก็เปลี่ยนไปมาได้ตามที่อธิบายไว้ในบทความ ทำไมผล MBTI ถึงเปลี่ยนทุกครั้งที่ทำ

แปลงความต่างเป็นข้อตกลง ทุกครั้งที่พบจุดเสียดสี ให้จบด้วยข้อตกลงที่ทำได้จริงหนึ่งข้อ เช่นบอกล่วงหน้าหนึ่งวันเมื่อจะนัดเพื่อน หรือถามก่อนทุกครั้งว่าอยากให้ฟังหรืออยากให้ช่วยคิด

อย่าลืมว่าคนเปลี่ยนได้ คู่ที่อยู่ด้วยกันนานมักปรับเข้าหากันทีละน้อยจนความต่างที่เคยหนักกลายเป็นเรื่องเล็ก ตารางความเข้ากันได้ไม่มีทางจับความเปลี่ยนแปลงนี้ เพราะมันถ่ายภาพนิ่งของคนสองคนในวันที่ทำแบบทดสอบเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย

คู่ที่ประเภทตรงข้ามกันทุกตัวอักษรอยู่ด้วยกันได้ไหม

ได้ และเจอได้ทั่วไป งานวิจัยไม่พบว่าการมีบุคลิกภาพคล้ายกันหรือต่างกันเป็นตัวตัดสินว่าความสัมพันธ์จะไปรอด สิ่งที่สำคัญกว่าคือวิธีที่ทั้งคู่จัดการความขัดแย้งและความรู้สึกว่าอีกฝ่ายใส่ใจ

ควรถามประเภท MBTI ตั้งแต่เดตแรกไหม

ถามได้ในฐานะหัวข้อคุยสนุก ๆ แต่อย่าใช้คัดคนออก การใช้ตัวอักษรสี่ตัวกรองคนตั้งแต่ยังไม่รู้จักกัน ทำให้พลาดคนที่เข้ากันได้จริงไปโดยไม่จำเป็น

แฟนบอกว่าเขาเป็นแบบนี้เพราะประเภทของเขา ควรตอบอย่างไร

แยกความชอบออกจากพฤติกรรมที่กระทบกัน ความชอบส่วนตัวเป็นเรื่องที่เคารพกันได้ แต่ผลของพฤติกรรมยังเป็นความรับผิดชอบของเจ้าตัวเสมอ ลองคุยกันที่ข้อตกลงว่าครั้งหน้าจะทำอะไรต่างจากเดิม แทนการเถียงว่าใครเป็นประเภทอะไร

ตารางที่บอกว่าคู่ไหนเข้ากันได้ใช้ไม่ได้เลยหรือ

ใช้เป็นหัวข้อชวนคุยได้ แต่อย่าใช้เป็นคำทำนาย เพราะตารางเหล่านั้นสร้างจากการตีความทฤษฎี ไม่ได้สร้างจากการติดตามคู่รักจริงว่าคู่แบบไหนอยู่ด้วยกันได้ดีกว่า

อยากรู้ว่าเราสองคนเข้ากันได้ไหม ควรดูอะไรแทน

ดูสิ่งที่เกิดขึ้นเวลาไม่เห็นตรงกัน ทั้งคู่ฟังกันจริงไหม มีการดูถูกกันหรือเปล่า และหลังทะเลาะกันแล้วกลับมาคืนดีกันได้เร็วแค่ไหน สามข้อนี้บอกอนาคตของความสัมพันธ์ได้มากกว่าตัวอักษรแปดตัวรวมกัน

07

สรุป

ตารางคู่ที่เข้ากันได้เป็นเรื่องสนุก และไม่มีอะไรเสียหายถ้าใช้มันเป็นหัวข้อคุยกัน

สิ่งที่เสียหายคือการปล่อยให้ตารางตัดสินใจแทน ทั้งการไม่เริ่มต้นกับคนที่น่าจะไปกันได้ และการยอมแพ้กับความสัมพันธ์ที่ยังแก้ไขได้ เพียงเพราะตัวอักษรบอกว่าไม่แมตช์

สิ่งที่ทำนายความสัมพันธ์ได้ดีที่สุดยังเป็นสิ่งเดิมเสมอ คือคุณสองคนปฏิบัติต่อกันอย่างไรในวันที่ไม่เห็นตรงกัน และนั่นเป็นเรื่องที่ฝึกได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นประเภทไหนก็ตาม

ชอบเรื่องแบบนี้ใช่ไหม

กดติดตามเพจหมีข่าว แล้วเราจะส่งเรื่องน่ารู้ใหม่ ๆ ไปให้อ่านทุกสัปดาห์