เมืองร้างไม่ได้เกิดจากภัยพิบัติเสมอไป หลายแห่งค่อย ๆ ว่างเปล่าลงเมื่อเหตุผลที่ทำให้คนมาอยู่หมดไป — เหมืองที่ขุดจนหมด อุตสาหกรรมที่ย้ายฐาน หรือเส้นทางการค้าที่เปลี่ยนไป
นี่คือ 11 แห่งที่มีเรื่องราวชัดเจนที่สุด
เมืองที่ถูกทิ้งเพราะภัยพิบัติ
1. ปรีเปียต ยูเครน เมืองที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับพนักงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลและครอบครัว มีประชากรราว 50,000 คน ถูกอพยพทั้งหมดในปี 1986 หลังเกิดอุบัติเหตุ
สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์สนใจมากที่สุดในปัจจุบันคือ การกลับมาของสัตว์ป่า ในเขตหวงห้าม การไม่มีมนุษย์กลับทำให้ประชากรสัตว์บางชนิดเพิ่มขึ้น แม้สภาพแวดล้อมจะยังมีการปนเปื้อนกัมมันตรังสี
2. ปอมเปอี อิตาลี ถูกเถ้าภูเขาไฟวิสุเวียสกลบในปี ค.ศ. 79 การถูกฝังอย่างรวดเร็วทำให้เมืองถูกรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ผิดปกติ นักโบราณคดีจึงได้เห็นชีวิตประจำวันของคนโรมันในรายละเอียดที่ไม่มีที่ไหนเทียบได้ ทั้งร้านขายอาหาร ภาพวาดบนผนัง และแม้กระทั่งข้อความที่คนเขียนเล่นไว้บนกำแพง
3. ปลิมัธ มอนต์เซอร์รัต เมืองหลวงของเกาะในแคริบเบียนที่ถูกละทิ้งหลังภูเขาไฟปะทุในทศวรรษ 1990 ประชากรส่วนใหญ่ของเกาะต้องอพยพออกอย่างถาวร
เมืองที่หมดเหตุผลทางเศรษฐกิจ
4. เกาะฮาชิมะ ญี่ปุ่น เกาะเล็ก ๆ ที่เคยมีความหนาแน่นประชากรสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลกในยุคที่เหมืองถ่านหินใต้ทะเลรุ่งเรือง เมื่อญี่ปุ่นเปลี่ยนไปใช้น้ำมันแทนถ่านหิน เหมืองปิดตัวลงในปี 1974 และคนทั้งเกาะย้ายออกภายในเวลาไม่กี่เดือน
ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมบางส่วนโดยมีเส้นทางกำหนดไว้ เนื่องจากอาคารคอนกรีตอายุร้อยปีอยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย
5. โคลแมนสคอป นามิเบีย เมืองเหมืองเพชรกลางทะเลทรายที่รุ่งเรืองมากในต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อพบแหล่งเพชรที่ใหญ่กว่าทางตอนใต้ คนก็ย้ายตามไป
สิ่งที่ทำให้ที่นี่มีภาพจำเฉพาะตัวคือ ทรายทะเลทรายที่ไหลเข้าไปกองอยู่ในห้องต่าง ๆ จนบางห้องมีทรายสูงถึงระดับหน้าต่าง
6. บอดี รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมืองยุคตื่นทองที่ถูกทิ้งเมื่อสายแร่หมด ปัจจุบันได้รับการดูแลในสภาพ "เสื่อมสภาพตามธรรมชาติแบบควบคุม" คือไม่บูรณะให้ใหม่ แต่ป้องกันไม่ให้พังทลายไปมากกว่านี้
7. เมืองเหมืองในภาคเหนือของสวีเดน ชุมชนที่ต้องย้ายทั้งเมืองเพราะการทำเหมืองใต้ดินทำให้พื้นดินทรุด อาคารสำคัญบางหลังถูกยกย้ายไปตั้งที่ใหม่ทั้งหลัง
เมืองที่ถูกทิ้งด้วยเหตุผลทางการเมืองและสังคม
8. วาโรชา ไซปรัส ย่านรีสอร์ตริมทะเลที่เคยเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวระดับโลกในทศวรรษ 1970 ถูกปิดและทิ้งร้างหลังความขัดแย้งในปี 1974 อาคารโรงแรมสูงยังตั้งอยู่ริมหาดโดยไม่มีคนอาศัยมานานหลายสิบปี
9. หมู่บ้านโฮวโถววาน จีน หมู่บ้านชาวประมงบนเกาะที่คนย้ายออกไปหางานในเมือง ปัจจุบันเถาวัลย์ปกคลุมบ้านเกือบทุกหลังจนกลายเป็นภาพที่มีชื่อเสียง
10. เครโก อิตาลี เมืองบนเนินหินที่ถูกทิ้งหลังเกิดดินถล่มและแผ่นดินไหวหลายครั้งในศตวรรษที่ 20 ทำให้โครงสร้างพื้นฐานไม่ปลอดภัย
11. เมืองที่วางแผนแล้วไม่มีคนย้ายเข้า ในหลายประเทศมีโครงการเมืองใหม่ที่สร้างเสร็จแต่มีผู้อยู่อาศัยน้อยกว่าที่วางแผนไว้มาก สาเหตุมักเป็นเพราะสร้างที่อยู่อาศัยก่อนที่จะมีงานและบริการพื้นฐานรองรับ
รูปแบบที่เห็นซ้ำในทุกกรณี
1. เมืองที่พึ่งพาอุตสาหกรรมเดียวเปราะบางที่สุด เมืองเหมืองแทบทุกแห่งจบเหมือนกัน เมื่อทรัพยากรหมดหรือราคาตลาดเปลี่ยน ก็ไม่มีเหตุผลให้คนอยู่ต่อ
2. คนอายุน้อยออกก่อนเสมอ เมื่อโอกาสหายไป คนวัยทำงานย้ายออกก่อน เหลือประชากรสูงอายุ ซึ่งทำให้บริการพื้นฐานอย่างโรงเรียนและโรงพยาบาลปิดตัวตามมา และเร่งให้คนที่เหลือย้ายออกเร็วขึ้น
3. ธรรมชาติกลับมาเร็วกว่าที่คิด รากพืชแทรกรอยแตกของคอนกรีต น้ำฝนขังทำให้โครงสร้างเหล็กผุ ภายในไม่กี่สิบปี อาคารที่เคยแข็งแรงก็เริ่มพังทลาย
4. สิ่งที่คนทิ้งไว้บอกเรื่องราวได้มาก ของใช้ในบ้าน สมุดบันทึก และเฟอร์นิเจอร์ที่ยังอยู่ในที่เดิม เป็นหลักฐานว่าการอพยพเกิดขึ้นเร็วแค่ไหน
บทเรียนสำหรับเมืองที่ยังมีคนอยู่
สิ่งที่นักผังเมืองเรียนรู้จากเมืองร้างคือ ความหลากหลายทางเศรษฐกิจคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด เมืองที่มีแหล่งรายได้หลายทางรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าเมืองที่พึ่งพาอุตสาหกรรมเดียวอย่างชัดเจน
อีกบทเรียนคือลำดับของการพัฒนา เมืองใหม่ที่สร้างที่อยู่อาศัยก่อนแล้วค่อยหวังว่างานจะตามมา มักไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่เมืองที่เติบโตรอบแหล่งงานและบริการที่มีอยู่จริงมีความยั่งยืนกว่า
คำถามที่พบบ่อย
เข้าไปในเมืองร้างพวกนี้ได้ไหม
แตกต่างกันไปครับ ปอมเปอีและบอดีเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ ฮาชิมะเปิดเฉพาะบางส่วนโดยต้องไปกับทัวร์ที่ได้รับอนุญาต ส่วนพื้นที่รอบเชอร์โนบิลมีข้อกำหนดเข้มงวดและต้องไปกับผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น หลายแห่งที่เห็นในภาพถ่ายออนไลน์เป็นการบุกรุกซึ่งผิดกฎหมายและอันตราย
เชอร์โนบิลปลอดภัยพอให้คนกลับไปอยู่หรือยัง
บางพื้นที่ในเขตหวงห้ามมีระดับรังสีที่ใกล้เคียงปกติแล้ว แต่บางจุดยังสูงมาก การเข้าไปในลักษณะทัวร์ระยะสั้นตามเส้นทางที่กำหนดได้รับปริมาณรังสีต่ำ แต่การอยู่อาศัยถาวรยังไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ส่วนใหญ่ เนื่องจากการปนเปื้อนในดินและห่วงโซ่อาหาร
ในประเทศไทยมีเมืองร้างแบบนี้ไหม
ไทยไม่มีเมืองร้างขนาดใหญ่แบบในบทความ แต่มีชุมชนที่ประชากรลดลงมากจากการย้ายถิ่นเข้าเมือง และมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างไม่เสร็จหรือไม่มีผู้อยู่อาศัยจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งสะท้อนรูปแบบเดียวกันในระดับที่เล็กกว่า
ทำไมบางเมืองร้างถึงยังมีของใช้อยู่ในบ้าน
เพราะการอพยพเกิดขึ้นเร็วมากและผู้คนถูกบอกว่าจะได้กลับมา เช่นที่ปรีเปียตซึ่งประชาชนได้รับแจ้งให้เตรียมของแค่ไม่กี่วัน หลายกรณีการขนของออกมีต้นทุนสูงกว่ามูลค่าของ คนจึงเลือกทิ้งไว้และเริ่มต้นใหม่ที่อื่น
สรุป
เมืองร้างเป็นเครื่องเตือนว่าเมืองไม่ได้ดำรงอยู่เพราะตึกรามบ้านช่อง แต่เพราะมีเหตุผลให้คนอยากอยู่ที่นั่น
เมื่อเหตุผลนั้นหายไป — ไม่ว่าจะเป็นงาน ความปลอดภัย หรือโอกาสของลูกหลาน — สิ่งก่อสร้างที่แข็งแรงที่สุดก็รั้งคนไว้ไม่ได้