ท่องเที่ยว

เคล็ดลับนั่งเครื่องบินทางไกลไม่ปวดเมื่อย นอนหลับสนิทบนไฟล์ท 10 ชั่วโมงขึ้นไป

นั่งเครื่องบินชั้นประหยัดข้ามทวีปแล้วคอพับ ขาบวม นอนไม่หลับ ตื่นมาเจ็ทแล็กทรมาน? รวมเทคนิคทางกายภาพและไอเทมช่วยชีวิตที่ทำให้ไฟลท์ยาวกลายเป็นช่วงเวลาพักผ่อน

ภาพประกอบบทความ เคล็ดลับนั่งเครื่องบินทางไกลไม่ปวดเมื่อย นอนหลับสนิทบนไฟล์ท 10 ชั่วโมงขึ้นไป

การเปิดเผยข้อมูลบทความนี้มีลิงก์พันธมิตร หากคุณกดสั่งซื้อผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยจากร้านค้า โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และไม่มีผลต่อความเห็นในบทความ

สารบัญเนื้อหา
  1. 01สรีรศาสตร์ของการนอนบนเบาะเครื่องบิน: ทำไมถึงปวดคอ?
  2. 02เทคนิคสร้าง Sleep Sanctuary บนที่นั่งชั้นประหยัด
  3. 03ท่าบริหารป้องกันขาบวมและลิ่มเลือดอุดตัน (In-Seat Exercises)
  4. 04ไอเทมช่วยชีวิตบนไฟลท์ทางไกล
  5. 05สรุป

สำหรับหลายคน การเดินทางด้วยเครื่องบินข้ามทวีปเป็นเวลา 10 ถึง 16 ชั่วโมงในที่นั่งชั้นประหยัด (Economy Class) ไม่ต่างอะไรกับการถูกขังอยู่ในกระป๋องเหล็กแคบๆ: ที่วางขามีจำกัด เบาะปรับเอนได้เพียงไม่กี่องศา เสียงเครื่องยนต์และเสียงเด็กทารกร้องก้องในหู อากาศแห้งจนแสบจมูก และทุกครั้งที่กำลังจะเคลิ้มหลับ ศีรษะก็มักจะ "สัปหงกคอพับ" ไปข้างหน้าจนสะดุ้งตื่นด้วยความเจ็บแปลบที่ต้นคอ

เมื่อเดินทางไปถึงปลายทาง สภาพร่างกายก็พังยับเยิน: คอบ่าหลังเกร็งตึง ขาบวมจนใส่รองเท้าไม่เข้า ปวดหัวจากภาวะขาดน้ำ และต้องเสียเวลาอีก 2-3 วันเพื่อฟื้นฟูร่างกายจากอาการ Jet Lag

แต่คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินแสนเพื่ออัปเกรดเป็นชั้นธุรกิจ (Business Class) เพื่อให้ได้การพักผ่อนที่มีคุณภาพ หากคุณเข้าใจสรีรศาสตร์ของการนั่งบนเครื่องบิน และมีอุปกรณ์สนับสนุนที่ถูกต้อง คุณสามารถสร้างสภาวะ Micro-Environment ส่วนตัวที่ช่วยให้นอนหลับได้สนิทบนความสูง 35,000 ฟุต บทความนี้จะเผยเคล็ดลับที่แอร์โฮสเตสและนักเดินทางรอบโลกใช้จริง

01

สรีรศาสตร์ของการนอนบนเบาะเครื่องบิน: ทำไมถึงปวดคอ?

เมื่อคุณนอนหลับบนเตียงราบ กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายจะคลายตัว (Atonia) แต่เมื่อคุณพยายามนอนบนเบาะที่นั่งตรง:

  1. ภาวะศีรษะตก (Head Bobbing): ศีรษะของผู้ใหญ่มีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 4.5–5.5 กิโลกรัม เมื่อกล้ามเนื้อคอคลายตัวตอนหลับ แรงโน้มถ่วงจะดึงศีรษะให้พับไปข้างหน้าหรือเอียงไปด้านข้างอย่างกะทันหัน ทำให้เส้นเอ็นคอยืดตึง สมองจึงส่งสัญญาณกระตุกให้ตื่นขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกคอหัก
  2. แรงกดทับที่กระดูกก้นกบ: การนั่งท่าเดิมนานเกิน 4 ชั่วโมงทำให้น้ำหนักตัวทั้งหมดกดทับลงบนแผ่นหมอนรองกระดูกส่วนล่าง เลือดดำที่ขาไหลเวียนกลับสู่หัวใจช้าลง เกิดของเหลวคั่งบริเวณข้อเท้าจนขาบวม
02

เทคนิคสร้าง Sleep Sanctuary บนที่นั่งชั้นประหยัด

1. วิธีใช้หมอนรองคอที่ถูกต้อง (คนส่วนใหญ่ใช้ผิดด้าน!)

หมอนรองคอทรงตัวยู (U-Shape) ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ ใส่กลับด้านเอาฝั่งหนามาไว้ใต้คาง การใส่แบบนี้จะช่วยรองรับคางไม่ให้ศีรษะพับตกลงมาข้างหน้าเวลาเคลิ้มหลับ หรือหากใช้หมอนเมมโมรีโฟมรุ่นใหม่ ให้เลือกรุ่นที่มีสายรัดปรับความกระชับแนบรอบคอ 360 องศา

2. ปรับเบาะและจัดตำแหน่งร่างกาย

เอนเบาะไปด้านหลังให้สุด (ควรหันไปขออนุญาตผู้โดยสารด้านหลังอย่างสุภาพก่อน) วางหมอนอิงใบเล็กหรือเสื้อกันหนาวม้วนไว้ตรงส่วนเว้าของบั้นเอว (Lumbar Support) เพื่อรักษาส่วนโค้งของกระดูกสันหลัง อย่านั่งไขว่ห้างเพราะจะไปกดทับเส้นเลือดใหญ่ใต้ข้อพับขา

3. ตัดแสงและเสียงรบกวน 100%

  • ผ้าปิดตาแบบ 3D Eye Mask: มีหลุมเว้าตรงเบ้าตา ทำให้กระพริบตาได้โดยไม่กดทับเปลือกตา และตัดแสงไฟในเคบินได้มืดสนิท ช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน
  • หูฟังตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling) หรือที่อุดหูลดแรงดัน: เสียงหึ่งๆ ของเครื่องยนต์เครื่องบินที่ดังต่อเนื่องระดับ 80 เดซิเบล คือตัวการสำคัญที่ทำให้สมองตื่นตัวและเหนื่อยล้า การตัดเสียงนี้ออกจะช่วยให้สมองเข้าสู่สภาวะสงบได้ง่ายขึ้น
03

ท่าบริหารป้องกันขาบวมและลิ่มเลือดอุดตัน (In-Seat Exercises)

ทำท่าบริหารง่ายๆ เหล่านี้ทุกๆ 2 ชั่วโมงโดยไม่ต้องลุกออกจากที่นั่ง:

ท่าบริหารวิธีทำประโยชน์
เขย่งปลายเท้า (Ankle Pumps)วางส้นเท้ากับพื้น ยกปลายเท้าขึ้นลงสลับกัน 20 ครั้งกระตุ้นกล้ามเนื้อน่องให้ปั๊มเลือดกลับสู่หัวใจ
หมุนข้อเท้า (Foot Circles)ยกเท้าขึ้นจากพื้นเล็กน้อย หมุนเป็นวงกลมตามเข็มและทวนเข็มคลายความตึงของเส้นเอ็นข้อเท้า ลดอาการขาบวม
กอดเข่าชิดอก (Knee Lifts)ใช้มือสองข้างกอดเข่าดึงขึ้นมาชิดหน้าอก ค้างไว้ 10 วินาทียืดเหยียดกล้ามเนื้อสะโพกและคลายแรงกดทับบั้นเอว
04

ไอเทมช่วยชีวิตบนไฟลท์ทางไกล

การเดินทางข้ามทวีปจะราบรื่นขึ้นอย่างมหาศาล หากคุณมีอุปกรณ์เหล่านี้ติดตัวขึ้นเครื่อง:

อุปกรณ์แนะนำสำหรับนั่งเครื่องบินทางไกล

01หมอนรองคอเมมโมรีโฟมรองรับ 360 องศาพร้อมสายล็อคป้องกันคอพับเวลานอนหลับ เมมโมรีโฟมคืนตัวนุ่มสบาย ปลอกผ้าระบายอากาศ ซักทำความสะอาดได้ พับเก็บได้กะทัดรัดดูราคา →02ปลั๊กแปลงไฟฟ้าสากลพกพาสะดวกพร้อมใช้งานทันทีที่เครื่องแลนดิ้ง หรือใช้ชาร์จอุปกรณ์ที่สนามบินระหว่างรอต่อเครื่อง (Transit)ดูราคา →03พาวเวอร์แบงก์ชาร์จเร็วผ่านเกณฑ์สายการบินพกติดกระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้สบาย มั่นใจว่าหูฟังตัดเสียง มือถือ และแท็บเล็ตจะมีแบตเตอรี่เต็มตลอดไฟลท์ 10+ ชั่วโมงดูราคา →

การเปิดเผยข้อมูลลิงก์ด้านบนเป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อยหากคุณสั่งซื้อ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่มแม้แต่บาทเดียว

คำถามที่พบบ่อย

หมอนรองคอแบบเป่าลม กับ แบบเมมโมรีโฟม แบบไหนดีกว่า

หมอนเมมโมรีโฟมให้ความสบายและรองรับสรีระคอได้ดีกว่าอย่างเทียบไม่ติด ไม่เจ็บ ไม่ยวบยาบ ส่วนหมอนเป่าลมมีข้อดีเพียงอย่างเดียวคือประหยัดพื้นที่กระเป๋า หากต้องการนอนหลับจริงจังบนไฟลท์ยาว แนะนำแบบเมมโมรีโฟมที่บีบม้วนเก็บในถุงได้

ควรเลือกที่นั่งตรงไหนสำหรับไฟลท์ทางไกล

หากต้องการนอนหลับยาวโดยไม่ถูกรบกวน ให้เลือกที่นั่ง "ริมหน้าต่าง (Window)" เพราะสามารถพิงผนังเครื่องบินได้และไม่ต้องลุกให้คนอื่นเดินเข้าออก แต่หากเป็นคนปวดปัสสาวะบ่อยหรือขายาว แนะนำที่นั่ง "ริมทางเดิน (Aisle)"

เมลาโทนินช่วยแก้อาการนอนไม่หลับบนเครื่องบินได้จริงไหม

เมลาโทนินขนาด 1-3 มิลลิกรัม ทานก่อนเวลาที่ต้องการนอนหลับประมาณ 30 นาที สามารถช่วยส่งสัญญาณให้สมองเข้าสู่วงจรการนอนหลับได้เร็วขึ้น และช่วยปรับนาฬิกาชีวภาพลดอาการ Jet Lag ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

05

สรุป

เที่ยวบินทางไกลไม่จำเป็นต้องเป็นประสบการณ์ที่เหนื่อยล้าและทรมานเสมอไป เพียงเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย พกหมอนรองคอคุณภาพดีที่พยุงคอได้จริง ดื่มน้ำให้เพียงพอ และตัดสิ่งรบกวนรอบข้าง คุณจะตื่นขึ้นมาพร้อมพลังงานเต็มเปี่ยม ก้าวลงจากเครื่องบินอย่างสดชื่น และพร้อมเริ่มต้นท่องเที่ยวได้ตั้งแต่วันแรกของทริป

ชอบเรื่องแบบนี้ใช่ไหม

กดติดตามเพจหมีข่าว แล้วเราจะส่งเรื่องน่ารู้ใหม่ ๆ ไปให้อ่านทุกสัปดาห์