เวลาเห็นฝูงมดเดินเป็นแถวไม่ชนกันเลย หรือฝูงนกบินเปลี่ยนทิศพร้อมกันในเสี้ยววินาทีราวกับนัดกันไว้ล่วงหน้า หลายคนคงเคยสงสัยว่าสัตว์เหล่านี้ "คุยกัน" ได้อย่างไรทั้งที่ไม่มีภาษาพูดแบบมนุษย์
ความจริงคือสัตว์หลายชนิดมีระบบสื่อสารที่ซับซ้อนไม่แพ้ภาษาของเรา เพียงแต่ใช้ช่องทางที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง บางระบบอาศัยการเคลื่อนไหว บางระบบอาศัยเสียงที่หูคนไม่ได้ยิน และบางระบบอาศัยการเปลี่ยนสีผิวแบบที่ไม่มีในร่างกายมนุษย์เลย
ผึ้งที่เต้นบอกพิกัดอาหารเป็นเลขแปด
เมื่อผึ้งงานตัวหนึ่งพบแหล่งอาหารดี ๆ มันจะกลับมาที่รังแล้วเต้นท่าเฉพาะที่เรียกว่าการเต้นเป็นรูปเลขแปด มุมของลำตัวขณะเต้นเทียบกับแนวดิ่งบอกทิศทางของอาหารเทียบกับตำแหน่งดวงอาทิตย์ ส่วนความยาวนานของการส่ายลำตัวในช่วงกลางของท่าเต้นบอกระยะทางที่ต้องบินไป ผึ้งตัวอื่นที่เฝ้าดูการเต้นนี้อย่างใกล้ชิดสามารถถอดรหัสแล้วบินตรงไปยังแหล่งอาหารได้โดยไม่ต้องมีใครนำทาง ระบบสื่อสารนี้ถูกค้นพบและถอดรหัสอย่างละเอียดโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรียในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 จนได้รับรางวัลโนเบลจากผลงานชิ้นนี้ ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างคลาสสิกของการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ในสัตว์ที่ไม่ใช่มนุษย์
ลิงเวอร์เว็ตที่มีคำศัพท์เฉพาะสำหรับผู้ล่าแต่ละชนิด
ลิงเวอร์เว็ตในทวีปแอฟริกาเผชิญกับผู้ล่าหลายชนิดที่ต้องใช้วิธีหนีต่างกัน นักวิจัยพบว่า ลิงกลุ่มนี้มีเสียงร้องเตือนภัยที่แตกต่างกันชัดเจนสามแบบ แบบหนึ่งสำหรับเสือดาว แบบหนึ่งสำหรับนกอินทรี และอีกแบบสำหรับงู เมื่อได้ยินเสียงเตือนแบบเสือดาว ลิงจะรีบปีนขึ้นต้นไม้สูงทันที แต่ถ้าได้ยินเสียงเตือนแบบนกอินทรีกลับทำตรงกันข้ามคือมองขึ้นฟ้าแล้ววิ่งลงพุ่มไม้เตี้ยแทน ส่วนเสียงเตือนแบบงูทำให้ลิงยืนสองขาแล้วมองพื้นรอบตัวอย่างระแวดระวัง การทดลองเปิดเสียงร้องเตือนภัยแต่ละแบบผ่านลำโพงที่ซ่อนไว้ยืนยันว่าลิงตอบสนองตามความหมายของเสียงจริง ไม่ใช่แค่ตอบสนองต่อเสียงดังทั่วไป
ช้างที่คุยกันด้วยเสียงที่คนไม่ได้ยิน
ช้างมีวิธีสื่อสารที่ซ่อนอยู่นอกเหนือขอบเขตการได้ยินของมนุษย์ มันส่งเสียงร้องความถี่ต่ำมากที่เรียกว่าอินฟราซาวด์ ซึ่งเดินทางผ่านอากาศได้ไกลหลายกิโลเมตรในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และยังส่งผ่านพื้นดินเป็นแรงสั่นสะเทือนที่ช้างตัวอื่นรับรู้ได้ผ่านฝ่าเท้าที่ไวต่อการสั่นสะเทือนเป็นพิเศษ ด้วยวิธีนี้ ฝูงช้างที่อยู่ห่างกันมากสามารถประสานการเคลื่อนที่ เตือนอันตราย หรือแจ้งตำแหน่งแหล่งน้ำให้กันได้ แม้จะมองไม่เห็นกันเลยก็ตาม นักวิจัยที่ศึกษาเรื่องนี้ต้องใช้อุปกรณ์บันทึกเสียงความถี่ต่ำพิเศษ เพราะเสียงเหล่านี้อยู่ต่ำกว่าระดับที่หูมนุษย์รับรู้ได้มาก
แพรรีด็อกที่บรรยายรายละเอียดผู้บุกรุกได้
แพรรีด็อกเป็นสัตว์ฟันแทะขนาดเล็กที่อาศัยเป็นกลุ่มใหญ่ในทุ่งหญ้า และมีระบบเตือนภัยที่ละเอียดอย่างน่าประหลาดใจ งานวิจัยที่วิเคราะห์เสียงร้องเตือนภัยของมันอย่างละเอียดพบว่า เสียงร้องไม่ได้บอกแค่ว่ามีผู้ล่ามาเท่านั้น แต่ยังเข้ารหัสข้อมูลเรื่องขนาดตัว สีสัน และความเร็วในการเคลื่อนที่ของผู้บุกรุกไว้ด้วย เมื่อทดลองให้คนสวมเสื้อสีต่างกันเดินผ่านกลุ่มแพรรีด็อก เสียงเตือนภัยที่มันส่งออกมาก็เปลี่ยนไปตามสีเสื้อที่ต่างกันจริง ความสามารถระดับนี้ทำให้บางคนเรียกระบบเสียงของแพรรีด็อกว่าใกล้เคียงกับ "ไวยากรณ์" มากกว่าสัตว์ส่งเสียงเตือนภัยทั่วไปที่มักมีแค่เสียงเดียวไม่ว่าจะเจอผู้ล่าแบบไหนก็ตาม
ปลาหมึกกระดองที่ส่งสองข้อความพร้อมกัน
ปลาหมึกกระดองมีผิวหนังที่เต็มไปด้วยเซลล์เปลี่ยนสีนับล้านเซลล์ ทำให้มันเปลี่ยนลวดลายและสีผิวได้ในเสี้ยววินาที และไม่ได้ใช้ความสามารถนี้แค่พรางตัวเท่านั้น มีการสังเกตพบว่าปลาหมึกกระดองตัวผู้บางตัวแสดงลวดลายเกี้ยวพาราสีที่ผิวด้านหนึ่งของลำตัวเพื่อดึงดูดตัวเมียที่อยู่ข้างหนึ่ง ขณะเดียวกันก็แสดงลวดลายปกติของตัวเมียที่อีกด้านหนึ่งของลำตัว เพื่อหลอกตัวผู้คู่แข่งที่อยู่อีกฝั่งไม่ให้เข้ามายุ่ง ความสามารถส่งสองข้อความที่ต่างกันไปยังผู้รับสองกลุ่มพร้อมกันในเวลาเดียวแบบนี้ยังไม่พบในสัตว์กลุ่มอื่นอย่างชัดเจนขนาดนี้ ถือเป็นระบบสื่อสารที่ซับซ้อนและมีชั้นเชิงมากในระดับที่นักวิจัยยังศึกษาต่อเนื่องอยู่
คำถามที่พบบ่อย
สัตว์ที่สื่อสารกันซับซ้อนแบบนี้นับว่ามี "ภาษา" เหมือนมนุษย์ไหม
นักภาษาศาสตร์ส่วนใหญ่ยังไม่จัดว่าเป็นภาษาในความหมายเดียวกับมนุษย์ครับ เพราะภาษามนุษย์มีคุณสมบัติอย่างการสร้างประโยคใหม่ไม่รู้จบจากคำจำกัดจำนวนหนึ่ง ซึ่งยังไม่พบหลักฐานชัดเจนในระบบสื่อสารของสัตว์ชนิดใด แต่ระบบเหล่านี้ก็ซับซ้อนพอที่จะเรียกว่าเป็นรูปแบบการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ที่แท้จริง
ทำไมสัตว์บางชนิดถึงสื่อสารด้วยเสียงที่คนไม่ได้ยิน
เพราะความถี่แต่ละระดับเหมาะกับระยะทางและสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน เสียงความถี่ต่ำมากอย่างที่ช้างใช้เดินทางได้ไกลกว่าและทะลุผ่านสิ่งกีดขวางได้ดีกว่าเสียงความถี่สูง จึงเหมาะกับสัตว์ที่ต้องสื่อสารข้ามระยะทางไกลในพื้นที่โล่ง
มนุษย์เคยพยายามสื่อสารกับสัตว์เหล่านี้โดยใช้ระบบเดียวกับมันไหม
มีความพยายามอยู่บ้างครับ เช่น การเปิดเสียงร้องเตือนภัยที่บันทึกไว้เพื่อทดสอบปฏิกิริยาของสัตว์ หรือการสร้างแบบจำลองท่าเต้นของผึ้งด้วยหุ่นยนต์ขนาดเล็กเพื่อดูว่าผึ้งจริงตอบสนองตามคำสั่งของหุ่นยนต์หรือไม่ ซึ่งได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ยังห่างไกลจากการสื่อสารสองทางแบบเต็มรูปแบบ
ปลาที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่สื่อสารกันด้วยวิธีไหน
ปลาส่วนใหญ่อาศัยการมองเห็นการเคลื่อนไหวของปลาข้างเคียงร่วมกับอวัยวะรับแรงสั่นสะเทือนในน้ำที่เรียกว่าเส้นข้างลำตัว ทำให้ปรับทิศทางตามฝูงได้เกือบพร้อมกันโดยไม่ต้องส่งสัญญาณเฉพาะเจาะจงแบบที่ผึ้งหรือลิงใช้
สรุป
การสื่อสารในโลกสัตว์มีความหลากหลายกว่าที่ตาเปล่ามองเห็น ตั้งแต่ท่าเต้นของผึ้งไปจนถึงเสียงทุ้มต่ำของช้างที่เดินทางผ่านพื้นดิน แต่ละระบบล้วนวิวัฒนาการขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การอยู่รอดที่ต่างกันไป และยังมีอีกมากที่มนุษย์เพิ่งเริ่มถอดรหัสได้เพียงบางส่วนเท่านั้น