สัตว์โลกน่ารู้

ฟันและเหงือกของสัตว์เลี้ยง เรื่องที่เจ้าของส่วนใหญ่มองข้ามมากกว่าที่คิด

กลิ่นปากแรงไม่ใช่ "เรื่องปกติของหมาแมว" อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มักเป็นสัญญาณแรกของโรคที่ลุกลามไปได้ไกลกว่าช่องปาก

ภาพประกอบบทความ ฟันและเหงือกของสัตว์เลี้ยง เรื่องที่เจ้าของส่วนใหญ่มองข้ามมากกว่าที่คิด
การแปรงฟันให้สัตว์เลี้ยงสม่ำเสมอ ช่วยชะลอปัญหาที่ตามมาได้มากกว่าที่หลายคนคิด
สารบัญเนื้อหา
  1. 01ขั้นตอนการลุกลามของโรคช่องปาก ที่มักไม่มีใครอธิบาย
  2. 02สัญญาณที่บอกว่าสัตว์เลี้ยงกำลังเจ็บปาก แม้ยังกินได้อยู่
  3. 03สรุป

ลองถามคนรอบตัวว่ากลิ่นปากหมาแมวเป็นเรื่องปกติไหม คำตอบส่วนใหญ่มักเป็น "ก็มันเป็นหมาเป็นแมว กลิ่นปากแรงเป็นเรื่องธรรมดา" นี่คือความเข้าใจผิดที่ฝังลึกและอันตรายกว่าที่คิด เพราะกลิ่นปากที่แรงผิดปกติแทบทุกครั้งบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติอยู่ในช่องปาก ไม่ใช่ธรรมชาติของสัตว์เลี้ยง

ปัญหาคือช่องปากเป็นจุดที่เจ้าของมองข้ามง่ายที่สุด เพราะสัตว์เลี้ยงยังกินได้ตามปกติแม้ฟันจะมีปัญหาไปมากแล้วก็ตาม

01

ขั้นตอนการลุกลามของโรคช่องปาก ที่มักไม่มีใครอธิบาย

โรคช่องปากในสัตว์เลี้ยงไม่ได้เกิดขึ้นข้ามคืน แต่ค่อย ๆ ลุกลามเป็นขั้นเป็นตอนซึ่งเจ้าของแทบไม่เห็นเลยจนกว่าจะรุนแรง

ขั้นที่ 1: คราบพลัค

แผ่นฟิล์มบาง ๆ ของแบคทีเรียที่เกาะฟันหลังกินอาหารทุกมื้อ ยังไม่แข็งตัวและกำจัดออกได้ง่ายด้วยการแปรงฟัน

ขั้นที่ 2: หินปูน

เมื่อคราบพลัคสะสมนานเข้าจะแข็งตัวเป็นหินปูนสีเหลืองถึงน้ำตาลเกาะแน่นกับผิวฟัน ขั้นนี้แปรงออกเองไม่ได้แล้ว ต้องอาศัยการขูดโดยสัตวแพทย์เท่านั้น

ขั้นที่ 3: เหงือกอักเสบ

หินปูนที่สะสมทำให้เหงือกแดง บวม และมีเลือดออกง่ายเมื่อสัมผัส ขั้นนี้ยังย้อนกลับได้ถ้าได้รับการรักษาและดูแลต่อเนื่อง

ขั้นที่ 4: โรคปริทันต์

เมื่อการอักเสบลุกลามลึกลงไปทำลายเนื้อเยื่อและกระดูกที่รองรับฟัน ฟันจะเริ่มโยกและอาจหลุดในที่สุด บางรายมีหนองสะสมเป็นฝีที่โคนฟัน ขั้นนี้ความเสียหายไม่สามารถย้อนกลับได้แล้ว ทำได้เพียงควบคุมไม่ให้ลุกลามต่อ

สิ่งที่สัตวแพทย์ให้ความสำคัญมากกว่ากลิ่นปากเฉย ๆ คือความเชื่อมโยงกับอวัยวะอื่น เพราะเชื้อแบคทีเรียจากช่องปากที่ติดเชื้อเรื้อรังสามารถหลุดเข้าสู่กระแสเลือดและไปส่งผลต่อหัวใจ ตับ และไตได้ในระยะยาว

02

สัญญาณที่บอกว่าสัตว์เลี้ยงกำลังเจ็บปาก แม้ยังกินได้อยู่

  • น้ำลายไหลมากขึ้นผิดปกติ
  • เคี้ยวข้างเดียว หรือเอียงหัวตอนกินอาหารแข็ง
  • คายอาหารออกมาบ่อย ๆ ทั้งที่ดูหิว
  • ไม่ยอมกัดของเล่นแข็งที่เคยชอบเหมือนเดิม
  • เลือดออกเล็กน้อยตอนแปรงฟันหรือกัดของเล่น
  • ใช้อุ้งเท้าตะกุยที่ปากบ่อยผิดปกติ

คำถามที่พบบ่อย

เริ่มแปรงฟันให้สัตว์เลี้ยงตอนอายุเท่าไหร่ดีที่สุด

เริ่มได้ตั้งแต่ยังเป็นลูกสัตว์เพื่อให้คุ้นเคยง่ายที่สุด แต่ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็เริ่มได้เสมอ เพียงต้องค่อย ๆ ฝึกให้คุ้นทีละขั้นและใช้เวลานานกว่าลูกสัตว์

ขนมขัดฟันใช้แทนการแปรงฟันได้ไหม

ช่วยลดคราบพลัคได้ในระดับหนึ่งแต่ไม่เท่ากับการแปรงฟันโดยตรง ควรใช้เป็นตัวเสริมมากกว่าตัวแทน และเลือกขนาดให้เหมาะกับตัวสัตว์เพื่อไม่ให้เสี่ยงติดคอหรือกลืนชิ้นใหญ่เกินไป

สังเกตยังไงว่าสัตว์เลี้ยงมีหินปูนเยอะแล้ว

หินปูนที่สะสมมากจะเห็นเป็นคราบสีเหลืองถึงน้ำตาลเกาะขอบเหงือก เหงือกอาจแดงหรือบวมร่วมด้วย แต่หินปูนใต้ขอบเหงือกซึ่งอันตรายที่สุดมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องให้สัตวแพทย์ตรวจเท่านั้น

พันธุ์เล็กมีปัญหาฟันมากกว่าพันธุ์ใหญ่จริงไหม

จริงครับ สุนัขพันธุ์เล็กมีฟันซี่ใหญ่ในขากรรไกรที่เล็กกว่าสัดส่วน ทำให้ฟันเบียดกันและสะสมคราบพลัคง่ายกว่า จึงมักต้องดูแลช่องปากถี่และเข้มงวดกว่าพันธุ์ใหญ่

03

สรุป

ช่องปากคืออวัยวะที่สัตว์เลี้ยงใช้ทุกวันตลอดชีวิต แต่กลับเป็นจุดที่เจ้าของตรวจน้อยที่สุดจุดหนึ่ง การแปรงฟันสองสามนาทีต่อวันอาจดูจุกจิกตอนเริ่มฝึก แต่เทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดเรื้อรังและค่าใช้จ่ายที่ตามมา เมื่อปล่อยให้ปัญหาลุกลามไปหลายปีโดยไม่มีใครสังเกตเห็น

ชอบเรื่องแบบนี้ใช่ไหม

กดติดตามเพจหมีข่าว แล้วเราจะส่งเรื่องน่ารู้ใหม่ ๆ ไปให้อ่านทุกสัปดาห์