คุณระบายท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนเต็มครึ่งบนของกระดาษ ตอนที่สียังเปียกมันดูเรียบสวยเหมือนในคลิปสอนวาด คุณวางพู่กันไปชงกาแฟ กลับมาอีกที ท้องฟ้ากลายเป็นแถบเข้มอ่อนสลับกัน มุมหนึ่งมีวงขอบหยักคล้ายดอกกะหล่ำ อีกมุมด่างเป็นหย่อมเหมือนผ้าที่ซักไม่สะอาด
ส่วนใหญ่ปัญหานี้ไม่ได้มาจากพู่กันถูกหรือมือไม่นิ่ง สีน้ำเป็นสีที่ให้น้ำพาเม็ดสีไปวางบนกระดาษ แล้วน้ำก็มีนิสัยของมันเอง พอรู้ว่าน้ำวิ่งไปทางไหนและกระดาษดูดน้ำยังไง คราบแต่ละแบบจะบอกคุณเองว่าพลาดตรงจังหวะไหน
คราบแต่ละแบบบอกต้นเหตุคนละเรื่อง
ก่อนจะแก้ ลองดูให้ออกก่อนว่าคราบบนกระดาษของคุณเป็นแบบไหน เพราะการแก้คราบหนึ่งอาจทำให้อีกคราบแย่ลง เช่น การรีบลงสีเพิ่มเพื่อกลบริ้ว คือวิธีสร้างดอกกะหล่ำที่เร็วที่สุด
| หน้าตาของคราบ | มักเกิดจาก | จุดที่ต้องแก้ |
|---|---|---|
| วงขอบหยัก ตรงกลางอ่อน ขอบเข้ม คล้ายดอกกะหล่ำ | น้ำหรือสีเปียกไหลเข้าบริเวณที่กึ่งแห้ง | จังหวะการลงสี และหยดสีที่ค้างท้ายภาพ |
| แถบเข้มอ่อนเป็นเส้นตามแนวพู่กัน | ขอบสีแห้งก่อนลากเส้นถัดไป | ปริมาณสีที่ผสม ขนาดพู่กัน ความเร็ว |
| ด่างเป็นหย่อมไม่มีทิศทาง | กระดาษดูดน้ำไม่เท่ากัน หรือมีคราบมัน | ชนิดกระดาษ และการจับกระดาษ |
| เส้นขอบแข็งรอบพื้นที่ที่ระบาย | สีแห้งเป็นขอบตรงที่น้ำหยุดไหล | การเกลี่ยขอบก่อนสีแห้ง |
| จุดเม็ดสีจับกลุ่มเป็นผิวทราย | คุณสมบัติของสีบางตัว | ไม่ต้องแก้ ถ้าไม่ชอบก็เลือกสีอื่น |
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ น้ำวิ่งไปหาที่แห้งกว่าเสมอ
หลักเดียวที่อธิบายคราบได้เกือบทุกแบบคือ น้ำบนกระดาษจะไหลจากบริเวณที่เปียกมากไปหาบริเวณที่เปียกน้อยกว่า ระหว่างทางมันพาเม็ดสีไปด้วย แล้วไปทิ้งไว้ตรงที่น้ำหยุด
ลองนึกถึงหยดกาแฟที่หกบนโต๊ะแล้วปล่อยจนแห้ง คราบที่เหลือจะเข้มที่ขอบ ไม่ใช่ตรงกลาง เพราะน้ำพาตะกอนไปกองไว้ตรงขอบก่อนระเหยหมด สีน้ำบนกระดาษทำงานแบบเดียวกัน
ดอกกะหล่ำเกิดตรงช่วงที่กระดาษกำลังแห้งได้ครึ่งทาง ถ้ากระดาษเปียกโชกทั้งแผ่น สีที่เติมลงไปจะกระจายนุ่ม ๆ ถ้ากระดาษแห้งสนิท สีจะอยู่ตรงที่คุณวาง แต่ช่วงกึ่งกลาง ความเปียกของสีใหม่กับกระดาษต่างกันมาก น้ำจากพู่กันจึงพุ่งเข้าไปดันเม็ดสีเดิมออกไปเป็นวงหยัก
ที่มาของน้ำส่วนเกินไม่จำเป็นต้องเป็นพู่กันเสมอ หยดสีที่กองอยู่ท้ายภาพตอนระบายพื้นใหญ่ เมื่อพื้นที่ข้างบนเริ่มแห้ง หยดนั้นก็ไหลย้อนกลับขึ้นไปเองได้ นี่คือเหตุผลที่ดอกกะหล่ำชอบโผล่ตรงขอบล่างของท้องฟ้า
ส่วนริ้วเป็นอีกเรื่องหนึ่ง มันเกิดเมื่อเส้นพู่กันแต่ละเส้นแห้งเป็นชิ้นของตัวเอง ไม่ได้ละลายรวมกับเส้นข้าง ๆ ตอนยังเปียก
แก้ทีละจุด เริ่มจากสิ่งที่ไม่ต้องซื้อ
ดูความเปียกจากแสงสะท้อนบนกระดาษ
เอียงกระดาษเข้าหาแสงจากหน้าต่างหรือโคมไฟ แล้วดูผิวที่ระบายไว้ ถ้ายังเงาวาวเหมือนกระจก แปลว่าเปียกมาก เติมสีได้และสีจะกระจายนุ่ม ถ้าผิวด้านสนิท และแตะด้วยหลังนิ้วที่ขอบกระดาษแล้วไม่รู้สึกเย็น แปลว่าแห้งแล้ว ลงชั้นใหม่ได้
ช่วงที่อันตรายคือช่วงที่ผิวเริ่มหายเงา เหลือแค่ความวาวอ่อน ๆ คล้ายผ้าซาติน ถ้าเห็นแบบนี้ ให้วางพู่กันลงแล้วรอจนแห้งสนิท การรอไม่กี่นาทีช่วยได้มากกว่าการพยายามแก้ตอนนั้น
ผสมสีให้พอตั้งแต่แรก และใช้พู่กันที่ใหญ่พอ
ริ้วส่วนใหญ่เกิดเพราะคุณต้องหยุดกลางทาง สีบนจานหมดจึงต้องผสมใหม่ หรือพู่กันเล็กเกินจนต้องกลับไปจุ่มสีบ่อย ระหว่างนั้นขอบที่ระบายไว้ก็แห้งไปก่อนแล้ว
ก่อนระบายพื้นใหญ่ ให้ผสมสีบนจานให้มากกว่าที่คิดว่าจะใช้ เหลือทิ้งดีกว่าขาด ผสมให้ใสไหลได้เหมือนหมึก ไม่ข้นเหมือนครีม สีที่ข้นเกินจะลากติดพู่กันและหยุดอยู่ตรงที่วาง
จากนั้นเลือกพู่กันที่ใหญ่ที่สุดที่ยังคุมขอบได้ สำหรับท้องฟ้าครึ่งหน้า A5 พู่กันกลมขนาดกลางถึงใหญ่หรือพู่กันแบนจะลากได้ยาวกว่าพู่กันเล็กมาก
ถ้าคุณลองหลายวิธีแล้วสีบางตัวยังเป็นแป้ง ละลายยาก หรือแห้งแล้วหม่นเป็นฝุ่น อาจเป็นที่ตัวสี สีราคาถูกบางชนิดใส่สารเติมเนื้อมากจนเม็ดสีน้อย ลงพื้นให้เรียบได้ยากกว่า
ชุดสีน้ำเกรดศิลปินสำหรับมือใหม่
สีที่เม็ดสีแน่นและละลายน้ำได้ดี ผสมเป็นสีใสปริมาณมากได้ง่ายกว่า จึงระบายพื้นใหญ่ได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดผสมใหม่กลางทาง ก่อนซื้อลองดูฉลากหรือแผ่นตัวอย่างสีว่าตัวไหนเป็นสีใส ตัวไหนเป็นสีที่ย้อมติดกระดาษ
เหมาะกับใคร คนที่ใช้สีชุดเด็กหรือสีโปสเตอร์มาก่อน แล้วพบว่าสีเป็นแป้งและลงพื้นเรียบไม่ได้เลย
เดินขอบเปียกไปเรื่อย ๆ อย่าทิ้งให้แห้ง
วางกระดาษเอียงเล็กน้อย เช่นรองหัวกระดานด้วยหนังสือเล่มบาง ๆ แล้วระบายจากบนลงล่างเป็นแถว แต่ละแถวให้ทับขอบล่างของแถวก่อนหน้าเล็กน้อยตอนที่ยังเปียก คุณจะเห็นสีกองเป็นแนวน้ำเล็ก ๆ ตามขอบล่าง แนวนี้แหละที่ทำให้แต่ละแถวรวมเป็นผืนเดียว
อย่าปล่อยให้แนวนั้นหายไปกลางทาง ถ้ามันเริ่มบาง ให้จุ่มสีเพิ่มทันที และอย่าย้อนกลับขึ้นไปเกลี่ยแถวบนที่เริ่มแห้งแล้ว ส่วนนั้นจะกลายเป็นคราบ
เก็บหยดสุดท้ายก่อนปล่อยให้แห้ง
พอถึงขอบล่างของภาพ แนวสีที่กองอยู่ไม่มีที่ไปต่อ ถ้าทิ้งไว้ มันจะไหลย้อนขึ้นไปเป็นดอกกะหล่ำตอนข้างบนแห้ง ให้บีบพู่กันกับผ้าหรือกระดาษทิชชูจนหมาด แล้วแตะปลายพู่กันที่แนวสีนั้น พู่กันหมาดจะดูดสีส่วนเกินขึ้นมาเอง ทำซ้ำจนไม่เห็นหยดค้าง หรือใช้มุมกระดาษทิชชูแตะเบา ๆ ที่หยดก็ได้
กระดาษที่ดูดน้ำเท่ากันทั้งแผ่น
ถ้าคุณทำทุกข้อข้างบนแล้วยังด่างเป็นหย่อม ลองดูที่กระดาษ กระดาษวาดเขียนทั่วไปหรือกระดาษบางจะดูดน้ำไม่เท่ากัน บางจุดดูดเร็ว บางจุดดูดช้า สีก็แห้งไม่พร้อมกัน กระดาษสีน้ำที่ทำจากใยฝ้ายมักดูดน้ำสม่ำเสมอกว่าและให้เวลาเกลี่ยนานกว่า ส่วนกระดาษสีน้ำจากเยื่อไม้ใช้ฝึกได้ แต่มักแห้งเร็วกว่าและลงพื้นเรียบยากกว่า
อีกต้นเหตุที่คนมองข้ามคือมือ ครีมทามือหรือความมันจากนิ้วที่ลูบกระดาษ อาจทำให้บริเวณนั้นรับสีไม่เหมือนจุดอื่น จับกระดาษที่ขอบ วางกระดาษแผ่นอื่นรองใต้สันมือตอนวาด และล้างมือให้แห้งก่อนเริ่ม
สมุดสเก็ตช์เนื้อหนา
กระดาษที่ดูดน้ำเท่ากันทั้งแผ่นต้องเป็นกระดาษที่ทำมาสำหรับสีน้ำ เล่มเนื้อหนาอุ้มน้ำได้มากกว่ากระดาษวาดเขียนบาง ๆ และเป็นคลื่นน้อยกว่า น้ำจึงไม่ไปกองตามร่องจนเกิดคราบ ก่อนซื้อให้ดูฉลากว่าระบุว่าใช้กับสีน้ำได้ ดูความหนา และดูว่าเป็นใยฝ้ายหรือเยื่อไม้
เหมาะกับใคร คนที่ฝึกสีน้ำบนสมุดวาดเขียนทั่วไป แล้วเจอกระดาษเป็นขุย เป็นคลื่น และด่างทุกครั้งที่ลงพื้นใหญ่
ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องชนิดกระดาษและน้ำหนักกระดาษ อ่านพื้นฐานต่อได้ในคู่มือระบายสีน้ำสำหรับมือใหม่
คราบที่แห้งไปแล้ว แก้ได้แค่ไหน
ข้อแรกคือรอให้แห้งสนิทก่อน อย่าพยายามแก้ตอนที่ยังชื้น เพราะจะได้คราบใหม่ซ้อนคราบเดิม
ถ้าเป็นขอบแข็งหรือดอกกะหล่ำเล็ก ๆ ลองใช้พู่กันสะอาดที่หมาดน้ำ ลูบเบา ๆ ตามขอบคราบให้ขอบนิ่มลง แล้วแตะด้วยกระดาษทิชชูเพื่อยกสีออก สีบางตัวยกออกง่าย บางตัวย้อมติดเนื้อกระดาษแล้วยกออกได้น้อย ห้ามขัดแรงซ้ำ ๆ เพราะผิวกระดาษจะเป็นขุยและรับสีด่างกว่าเดิม
ถ้าคราบอยู่ในพื้นที่ใหญ่ อีกทางคือลงสีชั้นใสทับให้กว้างกว่าคราบเล็กน้อยตอนชั้นล่างแห้งสนิท ชั้นใหม่จะช่วยกลืนความต่างของสีลงไปได้บ้าง และบางครั้งทางที่ดีที่สุดคือเปลี่ยนคราบให้เป็นส่วนหนึ่งของภาพ ดอกกะหล่ำในพุ่มไม้หรือก้อนเมฆมักดูเป็นธรรมชาติกว่าที่คุณคิด
อากาศในห้องก็กำหนดจังหวะของน้ำ
ห้องที่ชื้นทำให้สีแห้งช้า คุณมีเวลาเกลี่ยมากขึ้น แต่ก็ต้องรอนานขึ้นก่อนลงชั้นถัดไป ส่วนห้องแอร์หรือโต๊ะที่พัดลมเป่าตรง ขอบสีจะแห้งเร็วกว่าตรงกลาง ริ้วและขอบแข็งจึงเกิดง่ายขึ้น
ก่อนลงพื้นใหญ่ ให้หันพัดลมออกจากโต๊ะ และแบ่งงานเป็นพื้นที่ที่ทำเสร็จได้ในรอบเดียว ถ้าชอบพกสมุดไปวาดนอกบ้าน แดดและลมจะเร่งให้แห้งเร็วกว่าในห้องมาก วิธีวางแผนสำหรับการวาดข้างนอกอยู่ในคู่มือ Urban Sketching
ถ้าคุณวาดเพื่อพักใจมากกว่าเพื่อผลงาน การยอมให้น้ำพาสีไปบ้างก็เป็นส่วนหนึ่งของความสนุก แนวคิดเดียวกันนี้มีในการระบายสีเพื่อคลายเครียด
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ไดร์เป่าผมช่วยให้สีแห้งเร็วได้ไหม
ได้ แต่ให้เป่าตอนที่ผิวสีหายเงาแล้ว และเปิดลมอ่อนห่างจากกระดาษพอสมควร ถ้าเป่าตอนที่สียังเป็นแอ่ง ลมจะดันน้ำให้วิ่งจนเกิดคราบได้เหมือนกัน
ทำไมสีเดียวกัน บางครั้งเรียบ บางครั้งด่าง
ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความเปียกของกระดาษตอนลงสีกับปริมาณสีที่ผสมไว้ สองอย่างนี้เปลี่ยนไปทุกครั้งที่วาด อากาศในห้องก็มีผล ถ้าจดว่าวันที่ได้พื้นเรียบใช้กระดาษอะไร ผสมสีแค่ไหน และนั่งตรงไหน คุณจะเห็นรูปแบบเร็วขึ้น
ทำให้กระดาษเปียกทั้งแผ่นก่อนลงสีช่วยกันคราบได้ไหม
ช่วยได้ในงานที่อยากได้สีนุ่มไร้ขอบ เช่นท้องฟ้าหรือหมอก เพราะทั้งแผ่นเปียกเท่ากัน แต่ต้องลงสีให้เสร็จก่อนกระดาษเริ่มแห้งเป็นหย่อม และไม่ควรมีน้ำเป็นแอ่งค้างบนผิว ให้ซับแอ่งออกก่อนลงสี
จุดเม็ดสีเล็ก ๆ ที่จับกลุ่มกันเป็นผิวทราย คือคราบหรือเปล่า
ไม่ใช่ สีบางตัว เช่นอัลตรามารีนและสีดินบางสี มีเม็ดสีที่ตกตะกอนรวมกันเป็นผิวหยาบเมื่อแห้ง หลายคนตั้งใจใช้ทำผิวหิน ทราย หรือเปลือกไม้ ถ้าอยากได้พื้นเรียบ ให้ลองสีตัวอื่นที่ไม่มีคุณสมบัตินี้
ต้องขึงกระดาษด้วยเทปก่อนวาดไหม
ถ้ากระดาษโก่งเป็นคลื่นทุกครั้ง การติดเทปรอบขอบกับกระดานช่วยให้แผ่นเรียบขึ้น น้ำจึงไม่ไปกองตามร่องคลื่น ถ้าใช้กระดาษหนาและระบายพื้นที่ไม่ใหญ่ ไม่ขึงก็มักพอ
สรุป
คราบด่างในสีน้ำเกือบทุกแบบมาจากน้ำที่วิ่งจากที่เปียกไปหาที่แห้งกว่า เริ่มแก้จากสิ่งที่ไม่ต้องจ่าย คือจังหวะการลงสี ปริมาณสีที่ผสม และหยดสุดท้ายท้ายภาพ ถ้าทำครบแล้วยังด่างอยู่ ค่อยมองหากระดาษหรือสีที่ดีขึ้น

