ความเชื่อเรื่องอาหารแพร่กระจายเร็วกว่าข้อมูลที่ถูกต้องเสมอ เพราะมันมักเล่าง่ายและฟังดูสมเหตุสมผล
บทความนี้รวบรวมความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด พร้อมสิ่งที่หน่วยงานด้านอาหารและงานวิจัยระบุไว้
ความปลอดภัยในการทำอาหาร
1. ไม่ควรล้างเนื้อไก่ดิบ นี่คือข้อที่สำคัญที่สุดในบทความ หน่วยงานความปลอดภัยอาหารในหลายประเทศแนะนำไม่ให้ล้าง เพราะน้ำที่กระเซ็นพาเชื้อแบคทีเรียไปปนเปื้อนอ่างล้างจาน เคาน์เตอร์ และภาชนะรอบ ๆ ได้ไกลกว่าที่คิด ความร้อนจากการปรุงสุกกำจัดเชื้อได้อยู่แล้ว
2. กฎห้าวินาทีไม่มีอยู่จริง แบคทีเรียเกาะติดอาหารทันทีที่สัมผัสพื้น ระยะเวลามีผลต่อปริมาณบ้าง แต่ไม่มีช่วงเวลาที่ปลอดภัย โดยเฉพาะอาหารที่มีความชื้นสูงซึ่งเชื้อเกาะได้ดีที่สุด
3. อาหารร้อนใส่ตู้เย็นได้ทันที ความเชื่อเดิมที่ให้รอเย็นก่อนนั้นตรงข้ามกับคำแนะนำปัจจุบัน เพราะช่วงอุณหภูมิ 5–60 องศาเซลเซียสคือช่วงที่แบคทีเรียเติบโตเร็วที่สุด ควรแบ่งอาหารเป็นภาชนะตื้น ๆ แล้วแช่ภายในสองชั่วโมง
4. เขียงไม้ไม่ได้สกปรกกว่าเขียงพลาสติก งานวิจัยพบว่าไม้บางชนิดมีคุณสมบัติต้านแบคทีเรียตามธรรมชาติ สิ่งที่สำคัญกว่าวัสดุคือการแยกเขียงสำหรับของดิบกับของสุก และการทำให้แห้งสนิทหลังล้าง
5. การดมกลิ่นไม่ใช่วิธีตรวจสอบที่ปลอดภัย แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคหลายชนิดไม่ทำให้เกิดกลิ่นหรือรสผิดปกติ อาหารที่ดูและดมปกติจึงยังเป็นอันตรายได้
เรื่องเครื่องปรุงและวัตถุเจือปน
6. ผงชูรส ได้รับการประเมินความปลอดภัยจากหน่วยงานด้านอาหารระหว่างประเทศและถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ปลอดภัยสำหรับการบริโภคทั่วไป กลูตาเมตเป็นกรดอะมิโนที่พบตามธรรมชาติในมะเขือเทศ ชีส และเห็ด
ความเชื่อเรื่อง "กลุ่มอาการภัตตาคารจีน" มีจุดเริ่มต้นจากจดหมายถึงวารสารทางการแพทย์ในปี 1968 และการทดลองแบบปกปิดสองทางในภายหลังไม่พบความสัมพันธ์ที่สม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม บางคนอาจรู้สึกไวต่อสารบางอย่าง หากคุณรู้สึกไม่สบายหลังกิน การหลีกเลี่ยงก็เป็นทางเลือกส่วนบุคคลที่สมเหตุสมผล
7. เกลือชนิดต่าง ๆ ให้โซเดียมใกล้เคียงกัน เกลือหิมาลัยสีชมพูและเกลือทะเลมีแร่ธาตุอื่นในปริมาณน้อยมากจนไม่มีนัยสำคัญทางโภชนาการ ปริมาณโซเดียมต่อน้ำหนักใกล้เคียงเกลือแกงทั่วไป
8. น้ำตาลทรายแดงไม่ได้ดีกว่าน้ำตาลขาวอย่างมีนัยสำคัญ แร่ธาตุที่ติดมากับโมลาสมีปริมาณน้อยมาก ร่างกายประมวลผลน้ำตาลทั้งสองชนิดใกล้เคียงกัน
9. น้ำผึ้งก็คือน้ำตาล แม้จะมีสารต้านอนุมูลอิสระบ้าง แต่ผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดใกล้เคียงกับน้ำตาลทั่วไป ผู้ป่วยเบาหวานควรนับรวมเป็นคาร์โบไฮเดรตเช่นกัน
เรื่องไขมันและน้ำมัน
10. ไขมันไม่ใช่ผู้ร้ายอย่างที่เชื่อกันในอดีต คำแนะนำทางโภชนาการปัจจุบันเน้นที่ ชนิดของไขมัน มากกว่าปริมาณรวม ไขมันไม่อิ่มตัวจากปลา ถั่ว และน้ำมันพืชบางชนิด มีผลดีต่อสุขภาพหัวใจเมื่อใช้แทนไขมันอิ่มตัว
11. น้ำมันมะพร้าวไม่ใช่ซูเปอร์ฟู้ด มีไขมันอิ่มตัวสูงมาก และสมาคมโรคหัวใจในหลายประเทศแนะนำให้จำกัดปริมาณ ข้ออ้างเรื่องประโยชน์พิเศษยังไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นเพียงพอ
12. จุดเกิดควันสำคัญกว่าชนิดน้ำมัน น้ำมันที่ถูกใช้ทอดจนเกิดควันจะเกิดสารที่ไม่พึงประสงค์ การเลือกน้ำมันที่ทนความร้อนสูงสำหรับการทอด และเก็บน้ำมันที่จุดเกิดควันต่ำไว้สำหรับปรุงเย็นหรือผัดไฟอ่อน เป็นแนวทางที่ใช้ได้จริง
13. ไม่ควรใช้น้ำมันทอดซ้ำหลายครั้ง การใช้ซ้ำทำให้เกิดสารที่ไม่ต้องการสะสม สังเกตจากสีที่เข้มขึ้น ความหนืดที่เพิ่มขึ้น และการเกิดควันเร็วกว่าปกติ
เรื่องโภชนาการทั่วไป
14. ไม่มีอาหารชนิดใดชนิดเดียวที่เผาผลาญไขมันได้ ไม่มีหลักฐานสนับสนุนแนวคิดเรื่องอาหารแคลอรีติดลบ ผักที่มีพลังงานต่ำมีประโยชน์เพราะให้ความอิ่มโดยใช้พลังงานน้อย ไม่ใช่เพราะเผาผลาญพลังงานติดลบ
15. การกินหลังหกโมงเย็นไม่ได้ทำให้อ้วนโดยตัวมันเอง สิ่งที่กำหนดน้ำหนักคือสมดุลพลังงานรวมตลอดวัน อย่างไรก็ตาม การกินดึกมักสัมพันธ์กับการเลือกอาหารที่พลังงานสูงและกินเกินความต้องการ ซึ่งเป็นเหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังความเชื่อนี้
16. ต้องดื่มน้ำวันละ 8 แก้วพอดีเป็นตัวเลขที่ไม่มีหลักฐานเฉพาะ ความต้องการน้ำต่างกันตามน้ำหนักตัว กิจกรรม และสภาพอากาศ และน้ำจากอาหารก็นับรวมด้วย สัญญาณที่ใช้ได้จริงคือสีของปัสสาวะและความรู้สึกกระหาย
17. อาหารออร์แกนิกไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ความแตกต่างหลักอยู่ที่วิธีการผลิตและสารตกค้าง ไม่ใช่ปริมาณวิตามิน การล้างผักให้สะอาดสำคัญกว่าการเลือกประเภท
18. อาหารแช่แข็งไม่ได้ด้อยกว่าอาหารสด ผักที่แช่แข็งทันทีหลังเก็บเกี่ยวมักรักษาวิตามินได้ดีกว่าผักสดที่ผ่านการขนส่งและวางขายหลายวัน
เรื่องการปรุงอาหาร
19. ไมโครเวฟไม่ได้ทำลายสารอาหารมากเป็นพิเศษ ความร้อนทุกรูปแบบทำให้วิตามินบางชนิดสลาย และเนื่องจากไมโครเวฟใช้เวลาสั้นกว่าและใช้น้ำน้อยกว่า ในหลายกรณีจึงรักษาวิตามินไว้ได้ดีกว่าการต้ม
20. การผัดผักด้วยน้ำมันเล็กน้อยช่วยการดูดซึม วิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามิน A D E K และสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ในผักสีส้มและเขียวเข้ม ดูดซึมได้ดีขึ้นเมื่อมีไขมันร่วมด้วย
21. การลวกผักทิ้งน้ำทำให้สูญเสียวิตามินที่ละลายน้ำ วิตามินซีและวิตามินบีบางส่วนละลายลงไปในน้ำ การนึ่งหรือผัดรักษาไว้ได้มากกว่า หรือใช้น้ำลวกนั้นทำน้ำซุปต่อ
วิธีตรวจสอบข่าวเรื่องอาหารด้วยตัวเอง
ดูว่าใครเป็นผู้เผยแพร่ คำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุข สมาคมวิชาชีพ หรือมหาวิทยาลัย น่าเชื่อถือกว่าเพจที่ขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น
ระวังคำที่เด็ดขาดเกินไป วิทยาศาสตร์โภชนาการมีความไม่แน่นอนสูง คำอย่าง "รักษาได้" "เป็นพิษร้ายแรง" หรือ "ล้างสารพิษ" มักเป็นสัญญาณเตือน
หาว่าอ้างอิงจากอะไร งานวิจัยในหลอดทดลองหรือในหนู ไม่ได้แปลว่าจะให้ผลเดียวกันในคน และการทดลองในกลุ่มตัวอย่างเล็กก็สรุปกว้างไม่ได้
ระวังการสลับเหตุกับผล การพบว่าคนที่กินอาหารบางอย่างมีสุขภาพดีกว่า ไม่ได้แปลว่าอาหารนั้นเป็นสาเหตุ อาจเป็นเพราะคนกลุ่มนั้นมีพฤติกรรมสุขภาพด้านอื่นดีกว่าด้วย
คำถามที่พบบ่อย
สรุปแล้วผงชูรสกินได้หรือไม่ได้
หน่วยงานความปลอดภัยอาหารระหว่างประเทศประเมินว่าปลอดภัยสำหรับการบริโภคทั่วไป และการทดลองแบบปกปิดสองทางไม่พบความสัมพันธ์ที่สม่ำเสมอกับอาการที่เคยถูกอ้างถึง อย่างไรก็ตาม บางคนอาจรู้สึกไวเป็นรายบุคคล หากคุณรู้สึกไม่สบายหลังกิน การเลี่ยงเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล และควรระวังปริมาณโซเดียมรวมในอาหารเช่นเดียวกับเครื่องปรุงชนิดอื่น
ทำไมถึงไม่ควรล้างไก่ ทั้งที่ดูสกปรก
เพราะน้ำที่กระเซ็นระหว่างล้างพาแบคทีเรียไปปนเปื้อนพื้นผิวรอบอ่างในระยะที่ไกลกว่าที่คนคาดคิด ขณะที่การล้างไม่ได้กำจัดเชื้อที่อยู่บนเนื้ออยู่แล้ว การปรุงให้สุกทั่วถึงคือวิธีที่กำจัดเชื้อได้จริง หากต้องการเอาเศษออก ให้ใช้กระดาษซับแล้วทิ้งทันทีและล้างมือ
อาหารเสริมจำเป็นไหมถ้ากินอาหารครบห้าหมู่
สำหรับคนสุขภาพดีที่กินอาหารหลากหลาย โดยทั่วไปไม่จำเป็น ยกเว้นบางกลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะ เช่น หญิงตั้งครรภ์ที่ต้องการโฟเลต ผู้ที่มีภาวะขาดสารอาหารที่ตรวจพบ หรือผู้ที่รับประทานมังสวิรัติเข้มงวดซึ่งอาจต้องการวิตามินบี 12 ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่ม เพราะวิตามินบางชนิดเป็นอันตรายได้หากได้รับเกิน
อาหารแช่แข็งเก็บได้นานแค่ไหน
ที่อุณหภูมิต่ำกว่าลบ 18 องศาเซลเซียส อาหารจะปลอดภัยไปได้นานมากเพราะแบคทีเรียหยุดเติบโต แต่คุณภาพด้านรสชาติและเนื้อสัมผัสจะลดลงตามเวลาจากการเกิดผลึกน้ำแข็งและการหืนของไขมัน โดยทั่วไปเนื้อสัตว์ควรใช้ภายใน 3–6 เดือน และควรละลายในตู้เย็นไม่ใช่ที่อุณหภูมิห้อง
สรุป
ความเชื่อเรื่องอาหารที่ผิดมักอยู่ได้นานเพราะฟังดูเข้าท่าและมีเรื่องเล่าประกอบที่จำง่าย
ถ้าจะจำได้เพียงสองข้อจากบทความนี้ ให้จำเรื่องการไม่ล้างไก่ดิบ และการแช่อาหารร้อนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเย็น — สองข้อนี้เกี่ยวกับความปลอดภัยโดยตรง และเป็นเรื่องที่คนไทยจำนวนมากยังทำตรงกันข้ามอยู่ทุกวัน