ปัญหาที่นักออกแบบมือใหม่เจอบ่อยที่สุดไม่ใช่การหาฟอนต์สวย แต่คือการใช้ฟอนต์ที่ ไม่มีสิทธิ์ใช้ในงานนั้น แล้วมารู้ตัวตอนงานส่งลูกค้าไปแล้ว
บทความนี้อธิบายเรื่องสัญญาอนุญาตให้เข้าใจง่าย แล้วต่อด้วยหลักการเลือกและจับคู่ฟอนต์ไทยที่ใช้ได้จริง
เข้าใจสัญญาอนุญาตก่อนดาวน์โหลด
ฟอนต์เป็นงานที่มีลิขสิทธิ์ การดาวน์โหลดฟรีไม่ได้แปลว่าใช้ได้ทุกกรณี
SIL Open Font License (OFL) เป็นสัญญาอนุญาตที่ยืดหยุ่นที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับงานเชิงพาณิชย์ อนุญาตให้ใช้ ดัดแปลง และแจกจ่ายต่อได้ รวมถึงฝังในเว็บไซต์และแอป ข้อจำกัดหลักคือห้ามขายฟอนต์นั้นเดี่ยว ๆ และงานที่ดัดแปลงต้องใช้สัญญาอนุญาตเดียวกัน
Apache License / MIT ก็ใช้ในงานเชิงพาณิชย์ได้เช่นกัน
"ฟรีสำหรับใช้ส่วนตัว" (Personal Use Only) ใช้ในงานที่มีการซื้อขายไม่ได้ รวมถึงงานที่รับจ้างทำให้ลูกค้า แม้คุณจะไม่ได้ขายตัวฟอนต์ก็ตาม
ฟอนต์จากหน่วยงานราชการไทย หลายชุดเผยแพร่ให้ใช้ได้ฟรีรวมถึงงานเชิงพาณิชย์ แต่แต่ละชุดมีเงื่อนไขต่างกัน ควรอ่านประกาศของหน่วยงานผู้เผยแพร่โดยตรงทุกครั้ง
สิ่งที่ทำให้ฟอนต์ไทยใช้งานได้ดี ไม่ใช่แค่สวย
ฟอนต์ไทยซับซ้อนกว่าฟอนต์ละตินมาก เพราะมีองค์ประกอบวางซ้อนกันได้ถึงสี่ระดับ
1. ตำแหน่งวรรณยุกต์และสระ คำอย่าง "เป็น" "ที่" หรือ "น้ำ" มีสระและวรรณยุกต์ซ้อนกัน ฟอนต์ที่ทำมาไม่ดีจะวางชนกันหรือห่างเกินไป ทดสอบด้วยการพิมพ์คำที่มีวรรณยุกต์บนสระบน เช่น "ที่นี่มีน้ำใส" แล้วดูว่าอ่านสบายไหม
2. ความสูงของหัวอักษร หัวกลมของตัวอักษรไทยคือสิ่งที่ช่วยให้แยกตัวอักษรออกจากกัน ฟอนต์ที่ตัดหัวออก (หัวตัด) ดูโมเดิร์นแต่อ่านยากกว่าในข้อความยาว จึงเหมาะกับพาดหัวมากกว่าเนื้อความ
3. น้ำหนักที่มีให้เลือก ฟอนต์ที่มีหลายน้ำหนักตั้งแต่บางถึงหนา ทำให้ออกแบบลำดับความสำคัญได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนฟอนต์
4. ครอบคลุมอักขระครบ ต้องมีทั้งตัวเลขไทย ตัวเลขอารบิก เครื่องหมายวรรคตอน และตัวอักษรละตินที่เข้ากัน เพราะข้อความไทยในชีวิตจริงมักปนภาษาอังกฤษเสมอ
ประเภทของฟอนต์ไทยและงานที่เหมาะ
ฟอนต์มีหัว สำหรับเนื้อความ
เป็นตัวเลือกมาตรฐานสำหรับข้อความยาว เพราะหัวกลมช่วยให้สายตาแยกตัวอักษรได้เร็ว เหมาะกับบทความ รายงาน เอกสารราชการ และหนังสือ
ตัวอย่างที่ใช้กันแพร่หลายและมีสัญญาอนุญาตแบบเปิด ได้แก่ Sarabun และ Noto Sans Thai ซึ่งออกแบบมาเพื่อการอ่านบนหน้าจอโดยเฉพาะ
ฟอนต์ไม่มีหัว สำหรับพาดหัวและโลโก้
ให้ความรู้สึกทันสมัยและสะอาด แต่ควรใช้ในขนาดใหญ่และข้อความสั้น หากใช้กับย่อหน้ายาวจะทำให้ผู้อ่านล้าเร็ว
ฟอนต์ลายมือและตกแต่ง
เหมาะกับงานที่ต้องการความรู้สึกเป็นกันเอง เช่น การ์ด สื่อโซเชียล หรือแพ็กเกจจิ้ง ใช้เป็นส่วนประกอบเล็ก ๆ ได้ผลดีกว่าใช้ทั้งงาน
หลักการจับคู่ฟอนต์ที่ใช้ได้จริง
กฎข้อแรก: ใช้ไม่เกินสองฟอนต์ในหนึ่งงาน ถ้าต้องการความหลากหลาย ให้เล่นกับน้ำหนักและขนาดของฟอนต์เดิมแทน วิธีนี้ดูเป็นระบบกว่าเสมอ
กฎข้อสอง: ให้ต่างกันชัดเจน ฟอนต์สองตัวที่คล้ายกันมากจะดูเหมือนความผิดพลาด ไม่ใช่การตั้งใจ จับคู่ฟอนต์ไม่มีหัวสำหรับพาดหัวกับฟอนต์มีหัวสำหรับเนื้อความ จะได้ความต่างที่ชัดและอ่านง่าย
กฎข้อสาม: ตรวจสอบว่าฟอนต์ไทยกับละตินเข้ากัน ฟอนต์ไทยหลายตัวมีตัวอักษรละตินที่ความสูงไม่สัมพันธ์กับตัวไทย ทำให้บรรทัดที่มีสองภาษาปนกันดูไม่เรียบร้อย ทดสอบด้วยประโยคที่มีทั้งสองภาษาก่อนเสมอ
กฎข้อสี่: ทดสอบในขนาดจริง ฟอนต์ที่สวยตอนดูตัวอย่างขนาดใหญ่ อาจอ่านไม่ออกเมื่อย่อลงเป็นขนาดเนื้อความ ทดสอบที่ 14–16 พิกเซลบนหน้าจอจริง ไม่ใช่บนภาพตัวอย่าง
ค่ามาตรฐานที่ควรตั้งสำหรับข้อความไทย
ข้อความภาษาไทยต้องการการตั้งค่าที่ต่างจากภาษาอังกฤษ เพราะตัวอักษรมีองค์ประกอบทั้งบนและล่าง
| ค่า | ภาษาอังกฤษ | ภาษาไทย |
|---|---|---|
| ระยะห่างบรรทัด | 1.4–1.6 เท่า | 1.7–2.0 เท่า |
| ขนาดตัวอักษรบนเว็บ | 16 พิกเซล | 16–18 พิกเซล |
| ความกว้างบรรทัด | 60–75 ตัวอักษร | สั้นกว่าเล็กน้อย |
| ระยะห่างตัวอักษร | ปรับได้ตามงาน | ไม่ควรบีบ เพราะทำให้วรรณยุกต์ชนกัน |
ระยะห่างบรรทัดคือเรื่องที่คนพลาดบ่อยที่สุด ข้อความไทยที่ตั้งระยะห่างแบบภาษาอังกฤษจะดูอึดอัดและอ่านยาก เพราะสระบนของบรรทัดล่างเกือบชนกับสระล่างของบรรทัดบน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ใช้ฟอนต์หัวตัดกับข้อความยาว ดูดีในภาพตัวอย่าง แต่ผู้อ่านจะล้าภายในไม่กี่ย่อหน้า
บีบระยะห่างตัวอักษรให้ข้อความพอดีกรอบ ในภาษาไทยทำให้วรรณยุกต์ชนกันจนอ่านผิดความหมายได้ ควรลดขนาดตัวอักษรหรือปรับกรอบแทน
ใช้ตัวหนาทั้งย่อหน้าเพื่อเน้น เมื่อทุกอย่างเน้น ก็เท่ากับไม่มีอะไรเน้น ควรเน้นเฉพาะคำสำคัญ
ไม่เก็บไฟล์สัญญาอนุญาต ทำให้พิสูจน์สิทธิ์การใช้งานไม่ได้เมื่อมีข้อพิพาท
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ฟอนต์ที่โหลดจากเว็บรวมฟอนต์ฟรีในงานลูกค้าได้ไหม
ขึ้นกับสัญญาอนุญาตของฟอนต์นั้น ไม่ใช่ที่เว็บที่โหลดมา เว็บรวมฟอนต์จำนวนมากไม่ได้ตรวจสอบสิทธิ์อย่างถูกต้อง ทางที่ปลอดภัยคือหาต้นทางของฟอนต์นั้นจากผู้ออกแบบโดยตรงแล้วอ่านเงื่อนไข หากหาไม่เจอ ให้ถือว่าใช้ในงานเชิงพาณิชย์ไม่ได้
ฟอนต์ที่ติดมากับ Windows หรือ Microsoft Office ใช้ในงานขายได้ไหม
โดยทั่วไปใช้สร้างเอกสารและสิ่งพิมพ์ได้ แต่มักไม่อนุญาตให้ฝังไฟล์ฟอนต์ลงในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน หากต้องใช้บนเว็บ ควรเลือกฟอนต์ที่มีสัญญาอนุญาตแบบเปิดจะปลอดภัยกว่ามาก
ทำไมฟอนต์ไทยบางตัวพิมพ์แล้ววรรณยุกต์ลอยสูงผิดปกติ
เกิดจากฟอนต์นั้นไม่มีตารางจัดตำแหน่งอักขระที่สมบูรณ์ หรือโปรแกรมที่ใช้ไม่รองรับการจัดวางแบบซับซ้อน ฟอนต์ที่ทำมาดีจะมีตำแหน่งสำรองสำหรับกรณีที่วรรณยุกต์ต้องวางเหนือสระ ทดสอบด้วยคำที่มีสระบนและวรรณยุกต์พร้อมกันก่อนเลือกใช้เสมอ
ควรมีฟอนต์ติดเครื่องกี่ตัวถึงพอ
สำหรับงานทั่วไป ฟอนต์มีหัวคุณภาพดีหนึ่งชุดที่มีหลายน้ำหนัก บวกฟอนต์ไม่มีหัวสำหรับพาดหัวอีกหนึ่งชุด เพียงพอสำหรับงานเกือบทั้งหมด การมีฟอนต์เป็นร้อยตัวทำให้เสียเวลาเลือกมากกว่าช่วยให้งานดีขึ้น
สรุป
เรื่องที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การหาฟอนต์ที่สวยที่สุด แต่คือการมั่นใจว่าคุณมีสิทธิ์ใช้ฟอนต์นั้นในงานที่กำลังทำ
หลังจากนั้น ให้เลือกจากความอ่านง่ายในขนาดจริง ตั้งระยะห่างบรรทัดให้เหมาะกับภาษาไทย และจำกัดตัวเองไว้ที่สองฟอนต์ต่องาน แค่นี้ผลลัพธ์ก็ดูเป็นมืออาชีพขึ้นทันที