เรื่องเด่นน่าสนใจ

อินโทรเวิร์ตไม่ใช่คนขี้อาย เข้าใจ I กับ E ให้ถูกต้องสักที

คำว่าอินโทรเวิร์ตถูกใช้แทนคำว่าขี้อาย ไม่ชอบคน และวิตกกังวลทางสังคม จนความหมายเพี้ยนไปหมด นี่คือความต่างของสามคำนี้ ความเชื่อผิด ๆ ที่พบบ่อย และวิธีอยู่กับตัวเองให้สบายขึ้น

ภาพประกอบบทความ อินโทรเวิร์ตไม่ใช่คนขี้อาย เข้าใจ I กับ E ให้ถูกต้องสักที
สารบัญเนื้อหา
  1. 01อินโทรเวิร์ตหมายถึงอะไรกันแน่
  2. 02สามคำที่คนใช้ปนกัน
  3. 03ห้าความเชื่อที่พบบ่อยและไม่ตรงกับความจริง
  4. 04เรื่องการชาร์จพลัง อธิบายได้แค่ไหน
  5. 05คนส่วนใหญ่อยู่ตรงกลาง
  6. 06ถ้าคุณค่อนไปทางเก็บตัว
  7. 07ถ้าคุณค่อนไปทางเปิดเผยและต้องอยู่กับคนเก็บตัว
  8. 08สรุป

"ฉันเป็นอินโทรเวิร์ต เลยไม่ค่อยกล้าคุยกับคนแปลกหน้า" เป็นประโยคที่ได้ยินบ่อยมาก และเป็นประโยคที่รวมสองเรื่องคนละเรื่องเข้าด้วยกัน

การเก็บตัวกับความขี้อายไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และความแตกต่างนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะเรื่องหนึ่งคือความชอบที่ไม่ต้องแก้ ส่วนอีกเรื่องคือความกลัวที่ฝึกให้เบาลงได้

01

อินโทรเวิร์ตหมายถึงอะไรกันแน่

คำนี้มาจากงานของ คาร์ล ยุง ที่เสนอว่าคนมีทิศทางการหันความสนใจต่างกัน บางคนหันออกไปยังผู้คนและเหตุการณ์รอบตัวเป็นหลัก บางคนหันเข้าหาความคิดและโลกภายในก่อน

ในโมเดลบุคลิกภาพที่นักวิจัยใช้กันทุกวันนี้ ความเปิดเผยหรือ extraversion ประกอบด้วยหลายส่วนที่เดินไปด้วยกัน ได้แก่การชอบอยู่กับคน ความกล้าแสดงออก ระดับพลังในการทำกิจกรรม และแนวโน้มที่จะรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งเร้าและรางวัล

จุดสำคัญคือ ไม่มีข้อไหนในนั้นเกี่ยวกับความกลัว คนที่อยู่ปลายด้านเก็บตัวคือคนที่ระบบของเขาไม่ได้ตอบสนองกับสิ่งเร้าภายนอกแรงเท่า ไม่ใช่คนที่กลัวสิ่งเร้าเหล่านั้น

02

สามคำที่คนใช้ปนกัน

อินโทรเวิร์ต คือความชอบ คุณอยู่กับคนได้ สนุกได้ แต่ใช้พลังไปกับมัน และต้องการเวลาอยู่คนเดียวเพื่อกลับมาเต็ม

ความขี้อาย คือความรู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องอยู่ในสายตาคนอื่น ต้นเหตุคือความกลัวว่าจะถูกตัดสิน คนขี้อายจำนวนมาก อยาก เข้าหาคนแต่ไม่กล้า

ความวิตกกังวลทางสังคม คือภาวะที่ความกลัวนั้นรุนแรงจนหลีกเลี่ยงสถานการณ์สังคม และกระทบการเรียน การทำงาน หรือความสัมพันธ์ นี่เป็นภาวะสุขภาพจิตที่มีแนวทางดูแลชัดเจนและรักษาให้ดีขึ้นได้

ทั้งสามคำนี้เกิดร่วมกันได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเกิดพร้อมกัน คนที่เป็นเอ็กซ์โทรเวิร์ตและขี้อายมากคือคนที่อึดอัดที่สุดกลุ่มหนึ่ง เพราะเขาต้องการการอยู่กับคนมาก แต่ความกลัวขวางไว้

และนี่คือเหตุผลที่การแยกคำสำคัญ ถ้าคุณเป็นอินโทรเวิร์ต ไม่มีอะไรต้องแก้ แต่ถ้าสิ่งที่ขวางคุณอยู่คือความกลัว การเรียกมันว่าบุคลิกภาพจะทำให้คุณเลิกมองหาวิธีที่ช่วยได้จริง

03

ห้าความเชื่อที่พบบ่อยและไม่ตรงกับความจริง

หนึ่ง อินโทรเวิร์ตไม่ชอบคน ไม่จริง คนเก็บตัวจำนวนมากชอบคนมาก แต่ชอบแบบวงเล็กและคุยลึก มากกว่างานเลี้ยงห้าสิบคนที่คุยได้แค่ผิว ๆ

สอง อินโทรเวิร์ตเป็นผู้นำไม่ได้ งานวิจัยด้านการจัดการพบว่าผู้นำที่เก็บตัวทำผลงานได้ดีเป็นพิเศษเมื่อลูกทีมเป็นคนที่เสนอความคิดเองอยู่แล้ว เพราะเขาฟังมากกว่าและไม่กลบความคิดของทีม

สาม อินโทรเวิร์ตพูดต่อหน้าคนไม่ได้ การพูดในที่สาธารณะเป็นทักษะที่ฝึกได้ และคนเก็บตัวจำนวนมากทำได้ดีเพราะเตรียมตัวละเอียด สิ่งที่ต่างคือเขามักหมดพลังหลังจบมากกว่า ไม่ใช่ระหว่างพูด

สี่ อินโทรเวิร์ตเงียบตลอดเวลา คนเก็บตัวส่วนใหญ่พูดไม่หยุดเมื่อเจอหัวข้อที่สนใจหรือคนที่สนิทพอ ความเงียบที่คนเห็นคือความเงียบในบริบทที่ยังไม่คุ้ม ไม่ใช่ความเงียบโดยธรรมชาติ

ห้า ฝึกไปเรื่อย ๆ แล้วจะกลายเป็นเอ็กซ์โทรเวิร์ต คนฝึกพฤติกรรมได้จริง เช่นเริ่มบทสนทนาเป็นและพูดหน้าห้องได้ แต่ความต้องการเวลาฟื้นพลังมักยังอยู่ เป้าหมายที่ดีกว่าจึงเป็นการขยายสิ่งที่ทำได้ ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวเองเป็นคนละคน

04

เรื่องการชาร์จพลัง อธิบายได้แค่ไหน

คำอธิบายยอดนิยมคือคนเก็บตัวมีแบตเตอรี่ที่ลดลงเมื่ออยู่กับคนและชาร์จเมื่ออยู่คนเดียว ส่วนคนเปิดเผยเป็นตรงกันข้าม

ภาพนี้ใช้สื่อสารได้ดีและตรงกับประสบการณ์ของคนจำนวนมาก แต่ควรรู้ว่ามันเป็นการเปรียบเทียบ ไม่ใช่กลไกที่วัดได้ตรง ๆ

ในทางงานวิจัย สิ่งที่พบค่อนข้างสม่ำเสมอคือคนสองกลุ่มนี้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าและรางวัลไม่เท่ากัน คนที่เปิดเผยมากมักแสวงหาสิ่งเร้าและตอบสนองต่อรางวัลทางสังคมแรงกว่า ส่วนคำอธิบายระดับสมองยังมีหลายทฤษฎีและยังไม่มีข้อสรุปเดียวที่ทุกฝ่ายยอมรับ

สิ่งที่ใช้ได้จริงไม่ต้องรอข้อสรุป ถ้าคุณสังเกตว่าตัวเองต้องการเวลาเงียบหลังงานสังคม ก็จัดเวลานั้นให้ตัวเองได้เลย ไม่ต้องรอให้ใครพิสูจน์กลไกก่อน

05

คนส่วนใหญ่อยู่ตรงกลาง

ระบบตัวอักษรของ MBTI บังคับให้คุณเป็น I หรือ E อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เมื่อวัดคะแนนของคนจำนวนมาก สิ่งที่ได้คือเนินเดียวที่หนาแน่นตรงกลาง ไม่ใช่คนสองกลุ่มที่แยกจากกันชัดเจน

คนกลุ่มที่อยู่ค่อนไปทางกลางมักถูกเรียกว่า แอมบิเวิร์ต และเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุด คือชอบอยู่กับคนแต่ก็ต้องการเวลาส่วนตัวมากพอ ๆ กัน

ถ้าคุณทำแบบทดสอบแล้วได้ I บ้าง E บ้าง คำอธิบายที่เป็นไปได้มากที่สุดคือคุณอยู่ตรงกลาง ไม่ใช่ว่าคุณตอบผิด เรื่องนี้อธิบายไว้ละเอียดในบทความ ทำไมผล MBTI ถึงเปลี่ยนทุกครั้งที่ทำ

06

ถ้าคุณค่อนไปทางเก็บตัว

กันเวลาฟื้นไว้ในตาราง ไม่ใช่รอให้เหลือ ถ้ารู้ว่าวันเสาร์มีงานแต่ง อย่านัดอะไรต่อในวันอาทิตย์ การวางแผนแบบนี้ไม่ใช่การหลบคน แต่คือการจัดสรรพลังงานให้ตรงกับความจริง

เตรียมสามหัวข้อไว้ก่อนไปงานสังคม การมีเรื่องคุยติดตัวลดภาระของการต้องคิดสดหน้างานลงมาก

ตกลงกับตัวเองว่าจะอยู่ถึงกี่โมง การรู้ว่ามีทางออกทำให้ช่วงเวลาที่อยู่ผ่อนคลายขึ้นจริง

ในที่ทำงาน ขอสิ่งที่ช่วยได้ตรง ๆ เช่นขอวาระประชุมล่วงหน้า หรือขอส่งความเห็นเพิ่มเป็นข้อความหลังประชุม เป็นคำขอที่สมเหตุสมผลและทำให้ทีมได้ความคิดของคุณมากขึ้น อ่านเพิ่มได้ในบทความ ใช้ MBTI ในที่ทำงานอย่างไรไม่ให้กลายเป็นการตีตรา

07

ถ้าคุณค่อนไปทางเปิดเผยและต้องอยู่กับคนเก็บตัว

อย่าตีความความเงียบว่าเป็นการปฏิเสธ คนเก็บตัวจำนวนมากกำลังเรียบเรียงความคิดอยู่ ไม่ได้กำลังไม่พอใจ

ถามความเห็นเป็นรายบุคคล ในห้องประชุม คำถามที่โยนกลางวงมักถูกตอบโดยคนที่คิดเร็วที่สุดเสมอ การถามชื่อตรง ๆ หรือให้เขียนก่อนพูด ทำให้ได้ความเห็นครบกว่ามาก

ให้เวลาก่อนขอคำตอบ การส่งคำถามล่วงหน้าสักหนึ่งวันมักได้คำตอบที่ดีกว่าการถามสดหลายเท่า

อย่าถือสาเรื่องการกลับก่อน การขอตัวกลับบ้านก่อนไม่ได้แปลว่างานไม่สนุกหรือไม่ชอบคุณ

คำถามที่พบบ่อย

อินโทรเวิร์ตกับขี้อายต่างกันอย่างไร

อินโทรเวิร์ตคือความชอบเรื่องปริมาณการอยู่กับคนและวิธีชาร์จพลัง ส่วนความขี้อายคือความกลัวว่าจะถูกตัดสิน คนเก็บตัวหลายคนไม่ขี้อายเลย และคนเปิดเผยหลายคนขี้อายมาก

เป็นอินโทรเวิร์ตแล้วทำงานขายหรือเป็นหัวหน้าได้ไหม

ได้ และหลายคนทำได้ดี ทักษะเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ฝึกได้และไม่ได้ผูกกับประเภทบุคลิกภาพ สิ่งที่ควรวางแผนคือการจัดเวลาฟื้นพลังให้พอ ไม่ใช่การเปลี่ยนสายงาน

คนเราเปลี่ยนจาก I เป็น E ได้ไหม

พฤติกรรมเปลี่ยนได้จากการฝึกและสภาพแวดล้อม และงานวิจัยระยะยาวพบว่าบุคลิกภาพขยับได้ตามวัย แต่มักเป็นการขยับทีละน้อยในระดับปี ไม่ใช่การพลิกเป็นคนละคนภายในไม่กี่สัปดาห์

แอมบิเวิร์ตคืออะไร มีจริงไหม

คือคนที่คะแนนอยู่ค่อนไปทางกลางของแกนนี้ ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุดเมื่อวัดจริง คำนี้ไม่ใช่ประเภทใน MBTI แต่สะท้อนความจริงที่ว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่สุดขั้ว

ลูกเป็นเด็กเงียบ ควรผลักให้เข้าสังคมมากขึ้นไหม

ผลักแบบให้ลองทีละขั้นในสถานการณ์ที่คุมได้ช่วยได้ แต่การบังคับให้อยู่ในสถานการณ์ที่เกินรับไหวมักให้ผลตรงข้าม ถ้าความกลัวรุนแรงจนกระทบการเรียนหรือการใช้ชีวิต ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก

08

สรุป

การเรียกตัวเองว่าอินโทรเวิร์ตมีประโยชน์เมื่อมันช่วยให้คุณจัดชีวิตให้เข้ากับตัวเองได้ดีขึ้น เช่นรู้ว่าต้องกันเวลาเงียบไว้เท่าไร และรู้ว่าการประชุมแบบไหนที่คุณคิดออกจริง ๆ

มันเริ่มเป็นปัญหาเมื่อกลายเป็นกำแพงที่คุณสร้างเอง เมื่อ "ฉันเป็นอินโทรเวิร์ต" ถูกใช้แทนคำว่าฉันไม่ลองสิ่งที่อยากลอง หรือถูกใช้กลบความกลัวที่จริง ๆ แล้วเบาลงได้ถ้าได้รับความช่วยเหลือที่ถูกทาง

ความชอบไม่ต้องแก้ ส่วนความกลัวแก้ได้ แยกสองอย่างนี้ให้ออกแล้วคำว่าอินโทรเวิร์ตจะกลับมาเป็นคำที่ช่วยคุณอีกครั้ง

ชอบเรื่องแบบนี้ใช่ไหม

กดติดตามเพจหมีข่าว แล้วเราจะส่งเรื่องน่ารู้ใหม่ ๆ ไปให้อ่านทุกสัปดาห์